ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

วิเคราะห์หุ้น BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์
www.krungsri.com

นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ
นายมาร์ค จอห์น อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2488 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก
1 ล้านบาท และเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2488 ธนาคารได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2520 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนจำนวน 70,894 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 60,741 ล้านบาท และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ธนาคารมีขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝากใหญ่เป็นอันดับ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

(1)? การดำเนินธุรกิจและแผนงานของธนาคาร

ธนาคารให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร ตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าทุกกลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้าบุคคล ผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคารที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย

บริการทางการเงินหลักที่ธนาคารให้บริการ ได้แก่ การรับฝากเงินและการให้สินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงบริการทางการเงินอื่น ๆ ที่หลากหลายตามความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม อาทิ บริการเพื่อการค้าต่างประเทศ การรับรองอาวัลเพื่อค้ำประกัน การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน บริการวาณิชธนกิจ บริการ
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริการบริหารเงินสด บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เงินโอนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต บัตรเครดิต การทำประกันชีวิต-ประกันวินาศภัย การลงทุนในกองทุนรวม ตราสารหนี้ ตราสารทุน เป็นต้น

เพื่อให้บริการทางการเงินตามที่กล่าวข้างต้นแก่ลูกค้าเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด ธนาคารได้จัดโครงสร้างองค์กรโดยแบ่งเป็นหน่วยงานธุรกิจ 5 กลุ่ม และหน่วยงานสนับสนุน 8 กลุ่ม สำหรับหน่วยงานธุรกิจของธนาคารประกอบด้วย กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจ SME กลุ่มงานลูกค้าบุคคล กลุ่มงานเครือข่ายการขาย และกลุ่มงานบริหารการเงิน สำหรับหน่วยงานสนับสนุนและบริหารงานองค์กรประกอบด้วย กลุ่มงานการตลาดองค์กร กลุ่มงานสื่อสารองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ กลุ่มงานปฏิบัติการ กลุ่มงานเทคโนโลยีและสารสนเทศ กลุ่มงานบริหารความเสี่ยง กลุ่มงานการเงิน กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล และกลุ่มงานกฎหมายและกำกับดูแลธุรกิจธนาคาร

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้บริการทางการเงินรูปแบบอื่น ๆ ที่หลากหลาย ผ่านธุรกิจของบริษัทในกลุ่มของธนาคาร ซึ่งครอบคลุม 8 ธุรกิจ คือ ธุรกิจบัตรเครดิต ประกันภัย ประกันชีวิต จัดการกองทุนรวม ซื้อขายหลักทรัพย์ เช่าซื้อรถยนต์ เช่าซื้อเครื่องจักร และแฟ็กเตอริง

(2)? ภาวะการแข่งขัน

ปี 2551 เป็นปีที่ธนาคารมีความคืบหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งในด้านการขยายธุรกิจตามปกติจากฐานเดิมที่มีอยู่ (Organic Growth) และการเติบโตด้วยการขยายธุรกิจจากภายนอก (Inorganic Growth) หรือการเข้าซื้อกิจการ พร้อมทั้งมีความคืบหน้าในด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับปรุงดีขึ้นจากความสำเร็จในการขายสินเชื่อ
ด้อยคุณภาพ (NPL) รายละเอียดเรื่องนี้ได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ?ภาวะการแข่งขัน?

(3) การบริหารความเสี่ยง

ธนาคารตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีในการประกอบธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร ซึ่งเป็นการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ธนาคารจึงได้จัดกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กรให้มีหน่วยงานที่ดูแลการบริหารความเสี่ยงด้านต่าง ๆ อย่างครอบคลุม โดยมีการกำหนดนโยบาย วิเคราะห์ ประเมิน ติดตาม และควบคุมการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด การบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคาร (Integrated Risk Management) ครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk) ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) โดยธนาคารยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการจัดให้กลุ่มงานบริหารความเสี่ยงเป็นอิสระแยกออกจากกลุ่มงานธุรกิจ และได้จัดทำรายงานสถานะความเสี่ยงให้ผู้บริหารระดับสูงรับทราบอย่างสม่ำเสมอ

ธนาคารได้ติดตั้งระบบ Risk Spreading และ Risk Rating สำหรับช่วยในการพิจารณาสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าธุรกิจ SME เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ปรับปรุงระบบบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับมาตรฐาน IAS 39 และ Basel II และในปี 2551 ธนาคารยังได้ดำเนินการโครงการ Risk Integrated Systems Knowledge Project เพื่อให้มีระบบในการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนจัดทำ PD (Probability of Default) Based Rating Model สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าธุรกิจ SME รวมถึงเตรียมการให้มีเครื่องมือ Stress Test และเครื่องมืออื่นเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ทั้งในระดับรายลูกค้า และระดับพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถนำมาป้องกันความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น รายละเอียดเรื่องการบริหารความเสี่ยงของธนาคารปรากฏในหัวข้อ? ?ปัจจัยความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง?

(4)? โครงสร้างกลุ่มบริษัท

ธนาคารมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจำนวน 12 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน 10 บริษัท และบริษัทในกลุ่มธุรกิจสนับสนุน 2 บริษัท ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ธนาคารมีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามวิธีราคาทุน (Cost Method) หลังหักค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 28,140 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นธุรกิจการเงินมูลค่ารวม 28,040 ล้านบาท และธุรกิจสนับสนุนมูลค่ารวม 100 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 3.78 ของสินทรัพย์รวม

โครงสร้างกลุ่มบริษัทและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ?โครงสร้างการถือหุ้นและภาพรวมการประกอบธุรกิจของธนาคาร บริษัทย่อย และบริษัทร่วม?

(5)? ผลการดำเนินงานปี 2551

ผลประกอบการ ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรก่อนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและภาษี จำนวน 11,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับปี 2550 และหลังตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 6,060 ล้านบาท และภาษีจำนวน 559 ล้านบาท ธนาคารมีกำไรสุทธิ 4,896 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 3,992 ล้านบาท อันเป็นผลจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและภาษีตามเกณฑ์ IAS 39

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  PATO บริษัท พาโตเคมีอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานปกติของธนาคารในปี 2551 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ร้อยละ 4.1 จากร้อยละ 3.2 ในปีก่อน โดยหลักเกิดจากสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยซึ่งให้ผลตอบแทนสูงขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลง 15,496 ล้านบาท นอกจากนั้น รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 โดยหลักเกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการขยายตัวของฐานค่าธรรมเนียมของธนาคารและค่าธรรมเนียมจากบริษัท จีอี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) (GECAL)
ที่ธนาคารได้เข้าซื้อกิจการ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 14 และแม้ว่าธนาคารได้ตั้งสำรอง
เงินลงทุนในตราสาร CDOs เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 80 หรือ 2,293 ล้านบาท จนมีสำรองฯ ครบเต็มจำนวนที่ลงทุน ธนาคารยังคงมีผลการดำเนินงานปี 2551 ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 745,477 ?ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93,101 ล้านบาท หรือร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2550 เงินให้สินเชื่อ 557,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106,722 ล้านบาท หรือร้อยละ 24 โดยในปี 2551 ธนาคารประสบความสำเร็จในการขาย NPL ทำให้ NPL ลดลงรวม 15,496 ล้านบาท หรือร้อยละ 22? ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPLs) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 8.8 ลดลงจากร้อยละ 15.5 ณ สิ้นปีก่อน และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพสุทธิจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Net NPLs) ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2551 อยู่ที่ร้อยละ 5.5 ลดลงจากร้อยละ 10.2 ณ สิ้นปีก่อน

ด้านหนี้สินของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 มีจำนวน 660,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85,800 ล้านบาท หรือร้อยละ 15 จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากเงินฝากเพิ่มขึ้น 37,727 ล้านบาท เงินกู้ยืมในรูปหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิเพิ่มขึ้น 46,031 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดโครงสร้างแหล่งเงินทุนให้มีโครงสร้างที่สอดคล้องกับโครงสร้างเงินให้สินเชื่อของธนาคารที่มีสัดส่วนของสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้ธนาคารมีโครงสร้างระยะเวลาครบกำหนดของแหล่งเงินทุนและระยะเวลาของเงินให้สินเชื่อสัมพันธ์กัน (Matched Funding) อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ธนาคารยังคงรักษาความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุน โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ภายใต้หลักเกณฑ์ Basel II ที่ระดับร้อยละ 14.9 โดยเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ????(Tier 1) ที่ระดับร้อยละ 12.4 ?รายละเอียดผลการดำเนินงานปี 2551 ปรากฏในหัวข้อ ?คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน?

(6)? การเข้าซื้อกิจการ

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2550 ได้อนุมัติให้ธนาคารเข้าซื้อหุ้นบริษัท จีอี แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) (GECAL) และธนาคารได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2550 โดยได้รับโอนกิจการจาก GECAL มายังธนาคารเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนจำนวน 16,180 ล้านบาท ทั้งนี้ GECAL เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ณ วันโอนกิจการมีสินทรัพย์รวมจำนวน 78,010 ล้านบาท และเงินให้สินเชื่อสุทธิรวมจำนวน 75,283 ล้านบาท การเข้าซื้อกิจการ GECAL ถือเป็นการผนึกความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการสินเชื่อรถยนต์แบบครบวงจรได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเติบโตขึ้นประมาณร้อยละ 17 ณ วันโอนกิจการ

(7)? หลักทรัพย์ของธนาคาร

รายละเอียดหลักทรัพย์ของธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ประกอบด้วย

1)? หุ้นสามัญ : ธนาคารมีทุนจดทะเบียนจำนวน 70,894 ล้านบาท ?ทุนชำระแล้ว 60,741ล้านบาท โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

2)? หุ้นกู้ด้อยสิทธิครั้งที่ 5 (BAY13NA) : ออกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 จำนวน 12,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-5 อัตราคงที่ร้อยละ 4.00 ต่อปี และปีที่ 6-10 อัตราคงที่ร้อยละ 4.75 ต่อปี ?ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 (อายุ 10 ปี)

3)? หุ้นกู้ระยะยาว : หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2550 จำนวน 2 ชุด ดังนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  TR บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน)

-? ชุดที่ 1 (BAY10OA) : ออกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2550 จำนวน 8,206.30 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน? อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.25 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 26 ตุลาคม 2553 (อายุ 3 ปี)

-? ชุดที่ 2 (BAY11OA) : ออกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2550 จำนวน 5,788.20 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.50 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 26 ตุลาคม 2554 (อายุ 4 ปี)

4)? หุ้นกู้ระยะยาว : หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2551 จำนวน 3 ชุด ดังนี้

-? ชุดที่ 1 (BAY103A) : ออกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 จำนวน 10,500 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.85 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 18 มีนาคม 2553 (อายุ 2 ปี)

-? ชุดที่ 2 (BAY113A) : ออกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 จำนวน 5,500 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก
3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.0 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 18 มีนาคม 2554 (อายุ 3 ปี)

-? ชุดที่ 3 (BAY123A) : ออกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 จำนวน 4,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก
3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.25 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 18 มีนาคม 2555 (อายุ 4 ปี)

5)? หุ้นกู้ระยะยาว : หุ้นกู้ครั้งที่ 2/2551 จำนวน 2 ชุด ดังนี้

-? ชุดที่ 1 (BAY106A) : ออกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 จำนวน 16,844.60 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.25 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 5 มิถุนายน 2553 (อายุ 2 ปี)

-? ชุดที่ 2 (BAY116A) : ออกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 จำนวน 5,049 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก

3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.50 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 5 มิถุนายน 2554 (อายุ 3 ปี)

6)? หุ้นกู้ระยะยาว : หุ้นกู้ครั้งที่ 3/2551 (BAY11DA) ออกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 จำนวน 11,745.00 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.10 ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 2 ธันวาคม 2554 (อายุ 3 ปี)

7)? Floating Rate Notes (FRN) : ออกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 จำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย LIBOR (6 เดือน) บวก 0.24% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 (อายุ 3 ปี)

(8)? คณะกรรมการและการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงาน

คณะกรรมการได้ดูแลให้มีการจัดทำและเปิดเผยการดำเนินงานที่สำคัญของธนาคารต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล สาธารณชน และผู้มีส่วนได้เสียอยู่อย่างสม่ำเสมอและครบถ้วน ทั้งนี้ คณะกรรมการธนาคารได้จัดทำ รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน และความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการสอบทานคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน รวมทั้งรายการที่เกี่ยวโยงกัน รวมถึงรายงานของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ซึ่งได้รายงานถึงการสรรหากรรมการและผู้บริหาร และการกำหนดค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) แล้ว

อนึ่ง ในเรื่องการควบคุมภายในคณะกรรมการธนาคารมีความเห็นว่า ระบบควบคุมภายในของธนาคารโดยรวมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผลต่อความเชื่อถือได้ของงบการเงินของธนาคาร และงบการเงินรวมของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551

ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ BAY

ความเห็นนักลงทุนท่านอื่นๆ

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  TAPAC บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)

2 thoughts on “วิเคราะห์หุ้น BAY ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

  1. ตลาดเซ เพราะแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหลัก หุ้นลงมาทั้งกลุ่มกด SET หัวคะมำ แต่ใครมีหุ้นแบงก์ในตอนนี้ต้องหยุดขายได้แล้ว เพราะสายเกินไปที่จะเทตามตลาด และหันมาดูกราฟให้ดี เพราะบางตัวลงมาใกล้เขต Oversold ซึ่งหมายถึงขายมากเกินไป โดยเฉพาะ BAY เป็นตัวแรกที่ลงสู่ระดับนี้และนี่คือโอกาสในการสะสมนั่นเอง

    ผลประกอบการประกาศออกมาแล้วขยายตัวน่าพอใจ และในปี 53
    จะโตขึ้นไปอีกทั้งส่วนต่างดอกเบี้ย ทั้ง SME ทั้งเช่าซื้อ แบงก์ที่มี ROE หรือผลตอบแทนในส่วนของผู้ถือหุ้นระดับ 15% ถือว่าสวยแล๊น ยิ่งมาเห็นกราฟรูดแรงสำหรับนักเทคนิคที่เคร่งครัด อย่าเขว อย่าให้ขายตาม ระดับ Oversold ต้องทยอยซื้อจึงจะถูกทฤษฏี สะสมกันเข้าไว้เดี๋ยวเด้งแล้วจะเสียดาย

  2. BAY กลุ่มธนาคารใกล้ประกาศผลการดำเนินงานอีกไม่กี่วันนี้แล้ว นักวิเคราะห์ประเมินว่า BAY จะมีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารด้วยกันถ้าเทียบ Q1ปีนี้กับ Q1 ปีก่อนอาจโตร่วมเท่าตัว ขณะที่ราคาพื้นฐาน 24.40 บาท ถือว่ายังสูงกว่าราคาในกระดานมาก เมื่อพิจารณาร่วมกันสัญญาณทางเทคนิคพบว่าในระหว่างวันร่วงลงไปสู่ระดับ Oversold เช่นกัน และถือเป็นแนวน่าซื้ออย่างยิ่ง มาดูวันนี้ราคาหุ้นยังอาจผันผวนอยู่ แต่ถ้าได้เห็น 18 บาท ก็ทยอยเก็บ หรือหย่อนลงไปต่ำกว่านี้เล็กน้อยก็ยิ่งน่าเก็บใหญ่เลย ราคาหุ้นในเขต Oversold ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกลัว น่าซื้อ ใจกล้าเข้าสะสม ซื้อหุ้นตอนนี้มีโอกาสต่อรองได้มาก เป็นการได้เปรียบของผู้ซื้อ จึงไม่ต้องกลัวอะไรเลยนะขอบอก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *