ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

วิเคราะห์หุ้น CEI บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์
www.ceifan.com

ประธานกรรมการ
นายหลัว เจิ้น จง

บริษัท ?คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) ?จำกัด ?(มหาชน)?? (“บริษัทฯ”) ?ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และดำเนินการในลักษณะบริษัทจำกัด ในเดือนสิงหาคม 2530 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 45 ล้านบาท พร้อมทั้งดำเนินการสร้างโรงงานแห่งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2530

บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจเพิ่มทุนจดทะเบียนมาโดยตลอด จนกระทั่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 188.3 ล้านบาท ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2536 และได้นำหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CEI) ในอดีตเคยเป็นผู้ผลิตพัดลมโคมไฟติดเพดานส่งออกทั้งในและต่างประเทศ ในปัจจุบันได้นำเข้าชิ้นส่วนพัดลมเพื่อประกอบและจำหน่ายในประเทศไทย พัดลมของบริษัทฯ เน้นความสวยงามเพื่อสามารถใช้เป็นเครื่องประดับและตกแต่งที่พักอาศัย ตลอดจนอาคารสำนักงาน สำหรับการจำหน่ายในประเทศบริษัทฯ ส่งออกผ่านตัวแทนชื่อ บริษัท คัลมิเนท แอรี่ จำกัด โดยใช้เครื่องหมายการค้า Sunlight

ในปี 2540 บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท ??ฮันเตอร์ แฟน จำกัด ผู้ผลิตพัดลมรายใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผลจากการที่ได้มีการร่วมทุนทำให้บริษัท มียอดขายที่เพิ่มขึ้น ???เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2545 บริษัท ฮันเตอร์ แฟน จำกัด สิ้นสุดการเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกันก็ตาม แต่บริษัท ฮันเตอร์ แฟน จำกัดยังคงเป็นบริษัทคู่ค้าตามปกติธุรกิจ และได้มีการทำสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์พัดลมโคมไฟติดเพดานฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปี (สัญญาสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2548) ปัจจุบัน บริษัท ฮันเตอร์ แฟน จำกัด ได้ยกเลิกคำสั่งซื้อตั้งแต่เดือนมีนาคม 2548

ในเดือนมกราคม 2547 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท AIR BREEZE CO., LTD. ในประเทศสาธารณประชาชนจีน โดยผ่านบริษัท VANGUARD CORPORATION ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะเคย์แมน โดยถือหุ้นร้อยละ 100 มูลค่าเงินลงทุน 3,000,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่เข้าไปลงทุนในประเทศสาธารณประชาชนจีน เพราะบริษัทฯ ต้องการสร้างฐานการผลิตสินค้าระดับตลาดล่าง เนื่องจากสินค้าระดับนี้จะมีการแข่งขันทางด้านราคากันอย่างรุนแรง ซึ่งในประเทศสาธารณประชาชนจีน มีอัตราค่าแรงที่ต่ำกว่าในประเทศไทย ผลประกอบการของบริษัท AIR BREEZE ยังมีผลประกอบการไม่ดีนักเนื่องจากบริษัทย่อยดังกล่าวยังหาลูกค้าได้ไม่มากพอ แต่ในอนาคตบริษัทเชื่อว่าผลประกอบของบริษัทย่อยจะมีแนวโน้มดียิ่งขึ้น

วันที่ 4 มกราคม 2548 ลูกค้ารายใหญ่ได้ทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัทฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย และเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ผลการเจราจาปรากฎว่า

-?? สัญญาซื้อขายให้สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2548 (ตามสัญญาเดิมครบกำหนด 31 ตุลาคม 2548) ทำให้บริษัทฯ ต้องสูญเสียลูกค้ารายใหญ่รายนี้ไป

-?? บริษัทฯ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เป็นเงิน 750,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยหักจากยอดหนี้ที่ลูกค้ารายใหญ่ยังไม่ได้ชำระให้กับบริษัทฯ

-? บริษัทฯ ต้องส่งคืนแม่พิมพ์ และเครื่องจักรอุปกรณ์ บางรายการ โดยลูกค้ารายใหญ่ชำระราคาให้ 68,570 เหรียญสหรัฐอเมริกา

-? ในเดือนเมษายน 2550 บริษัทฯ นำเข้าเครื่องจักรใหม่สำหรับรองรับสายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ แต่ขณะนี้บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจที่ดำเนินการต่อ หรือยกเลิกโครงการดังกล่าวออกไป เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนเท่าไรนัก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป

ในเดือนมกราคม 2552 บริษัทฯ ได้ตัดสินใจขายบริษัทย่อย ซึ่งอยู่ในประเทศจีนออกไป อันเนื่องจากปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก? และบริษัทย่อยก็ผจญกับสภาพการขาดทุนและขาดสภาพคล่องเงินทุนหมุนเวียนทำให้จำเป็น ต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วนและขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินไปจ่ายชำระหนี้สิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเลวร้ายเกินกว่ากำลังของบริษัทฯ ที่จะเข้าไปควบคุมดูแลได้? ผู้บริหารจึงตัดสินใจขายบริษัทย่อยออกไปเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายดังกล่าว ซึ่งแนวทางนี้ผู้บริหารเชื่อว่าจะทำให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาวะขาดทุนในระยะสั้น และสามารถฟื้นตัวได้เร็วจากการขยายงานไปในธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถทำกำไรได้ดีกว่า

ในเดือน พฤษภาคม 2552 ?บริษัทฯ ได้ตัดสินใจนำเข้าสินค้าประเภทกระเบื้องปูพื้นจากประเทศจีน มาเพื่อจำหน่ายในประเทศ เพื่อชดเชยยอดขายสินค้าประเภทพัดลมโคมไฟที่ลดลงจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันให้ยอดขายเติบโตขึ้นในอนาคต

โครงสร้างรายได้

รายได้ของบริษัทฯ ทั้งหมดเป็นรายได้จากการจำหน่ายพัดลมติดเพดาน ส่วนประกอบพัดลม รายได้จากค่าเช่า และดอกเบี้ยรับ

โครงสร้างรายได้

หน่วย : ล้านบาท

รายได้ 2550 % 2551 % 2552 %
1. รายได้จากการขาย 93 100 66.87 66.62 72.28 62.37
2. รายได้ค่าเช่า 19.59 19.52 28.61 24.69
3.? ดอกเบี้ยรับ 13.91 13.86 14.99 12.94
รวม 93 100 100.37 100 115.88 100

ข้อมูลทางการเงิน อัตรส่วนทางการเงิน กราฟหุ้น

ความเห็นนักลงทุนท่านอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ CEI ทั้งหมด

ความเห็นส่วนตัวนะครับ จากราคาที่พุ่ง 30% โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งมันก็ทำให้ผมสนใจว่าทำไมราคาพุ่งแรงได้ถึงขนาดนี้ มันจะไปมั๊ย คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไหม ต้องตัดสินใจกันเอาเองนะครับ 😀 แต่โดยส่วนใหญ่แล้วพอราคาพุ่งขึ้นไปมันมักจะไปต่อ (บางคนจะมองว่าเป็นหุ้นปั่น) น่าสนใจเลยทีเดียว ผมกะว่าพรุ่งนี้จะซื้อเข้าพอร์ต ผมอยากทดลองดูว่าหุ้นแบบนี้ถ้าเราเข้าไปแรกๆ หลังจากพุ่งแรงแล้วจะมีกำไรหรือไม่ ต้องบอกก่อนว่าใน port ผมจะมีหุ้นสองแบบ 80% เป็นหุ้นพื้นฐานแน่น อีก 20% ผมเอาไว้เก็งกำไรครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  PRIN บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)

แต่…มันก็มีความเสี่ยงนะครับ

คือถ้าราคามันไม่ไปต่อแต่มันดิ่งลงก็ต้อง Cut Loss กันไปครับ ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากความเห็นผู้ตรวจบัญชีครับ

ข้าพเจ้าขอให้สังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 2 บริษัทได้ยุติการดำเนินธุรกิจพัดลมติดเพดานกับลูกค้ารายใหญ่???? รายหนึ่ง? ทำให้บริษัทประสบผลขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2548 จนถึงปัจจุบัน? ในระหว่างปี 2550 บริษัทได้ลงทุนในเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเครื่องชุบเคลือบผิวเพื่อใช้ในแผงวงจรไฟฟ้าสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป โดยบริษัทยังมิได้มีการจ่ายชำระค่าเครื่องจักรดังกล่าว ในระหว่างงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม ?2552 ฝ่ายบริหารได้พิจารณาที่จะไม่ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวและในปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการส่งคืนเครื่องจักรดังกล่าวแก่ผู้ขาย? ปัจจุบันบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจพัดลมติดเพดานโดยพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียวซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน? ดังนั้น ความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของกิจการจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรในอนาคตและการพึ่งพาคู่ค้ารายใหญ่เพียง รายเดียวดังกล่าว? สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัท

4 thoughts on “วิเคราะห์หุ้น CEI บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

  1. บริษัทฯ เป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายพัดลมติดเพดาน สำหรับตกแต่งบ้านและอาคาร โดยผลิตตามแบบที่บริษัทฯ ออกแบบเอง และตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งมีทั้งแบบมีโคมไฟประกอบ และแบบไม่มีโคมไฟ สินค้าของบริษัทฯ เป็นสินค้าแบบกึ่งสำเร็จรูป โดยบรรจุชิ้นส่วนต่างๆ ลงกล่อง และลูกค้าสามารถนำไปประกอบและติดตั้งได้เอง และบริษัทยังมีการบริการหลังการขายเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เช่น การรับประกันมอเตอร์ 5 ปี, 10 ปี การบริการซ่อมพัดลม เป็นต้น

    ลักษณะการประกอบธุรกิจ
    1. จำหน่ายพัดลมโคมไฟเพดาน
    บริษัท คอมพาสส์ อีสต์ อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CEI) จากที่เคยเป็นผู้ผลิตพัดลมโคมไฟติดเพดานรายใหญ่ที่สุดในโลก เปลี่ยนมาเป็นผู้นำเข้าชิ้นส่วนพัดลมจากต่างประเทศมาประกอบขายในประเทศ โดยจัด จำหน่ายพัดลมภายใต้เครื่องหมายการค้า Sunlight ซึ่งเป็นที่รู้จักของลูกค้าโดยทั่วไปมานานกว่า 10 ปี และ
    ได้เพิ่มเครื่องหมายการค้าใหม่ในนาม ?Compass East? เพื่อจับกลุ่มลูกค้าตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูง
    2. ให้เช่าอาคารโรงงาน เพื่อใช้สอยพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนกลับสู่บริษัท
    3. จำหน่ายกระเบื้องปูพื้น โดยการนำเข้ากระเบื้องปูพื้นจากประเทศจีนมาจำหน่ายในประเทศให้กับลูกค้าขายส่งเครื่องสุขภัณฑ์ เพื่อเพิ่มพูนรายได้จากการขายให้กับบริษัท

    จากเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ต้องมีการปรับแผนการผลิตและการตลาดใหม่สำหรับพัดลมโคมไฟติดเพดาน ดังนี้

    – การผลิต
    บริษัทฯ ได้ยกเลิกสายการผลิตของพัดลมโคมไฟติดเพดานของบริษัทฯ ลง โดยการนำเข้าเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้ามาประกอบเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต โดยจะเน้นทางด้านรูปแบบและคุณภาพของสินค้าที่สั่งซื้อจากทั้งในและต่างประเทศ
    – การตลาด
    บริษัทฯ ได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท คัลมิเนท แอรี่ จำกัด เนื่องจาก บริษัท คัลมิเนทฯ มีความถนัดในเรื่องของตัวสินค้าดังกล่าวเป็นอย่างดี และมีช่องทางตลาดกับลูกค้าในมือจำนวนมาก ทำให้บริษัท คัลมิเนทฯ มีส่วนแบ่งตลาดในสินค้าพัดลมโคมไฟสูงที่สุด ในระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการอัดฉีดช่วยเหลือบริษัทตัวแทนให้สามารถสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นไปอีก

    ช่องทางการขายก็มีพวก Home Pro, Home Work, ลูกค้าขายส่งในภูมิภาคต่าง ๆ และลูกค้ากลุ่มตกแต่งบ้านทั่วไป เพื่อสามารถเจาะตลาดในทุกระดับ รวมทั้งตลาดในกลุ่มโครงการหมู่บ้านจัดสรร โรงแรมและรีสอร์ท

    ส่งเสริมการขาย
    ในปัจจุบัน บริษัทในระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการอัดฉีดช่วยเหลือบริษัทตัวแทนให้สามารถสร้างตลาดและขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นไปอีก โดยมีการลงโฆษณาในหนังสือประเภทแต่งบ้าน เช่น นิตยสาร Decoration Guide และ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับบ้าน และร่วมกับห้างสรรพสินค้า เพื่อเปิดตัวสินค้าให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคโดยตรง การใช้พัดลมนี้ให้แรงลมธรรมชาติ ทำให้การถ่ายเทอากาศในห้องแอร์ดีขึ้น ความเย็นกระจายได้ทั่วถึง และช่วยประหยัดไฟฟ้าด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายที่บริษัทตัวแทนทำต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้มากเป็นอันดับหนึ่ง

  2. ลูกค้า เจ้าเเดียวซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันซะด้วยสิ แบบนี้อาจจะ make order ได้ต้องระวังดีๆ

    ลูกค้าของบริษัทฯ เป็นลักษณะเทรดดิ้งทำการค้าขายในสินค้าพัดลมโคมไฟมามากกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญรอบรู้ในเรื่องตัวสินค้าเป็นอย่างดี อีกทั้งมีฐานลูกค้าและยอดขายสินค้าเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับตลาดของการขายพัดลมโคมไฟโดยรวมซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดโดยรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ซึ่งตลาดโดยรวมมียอดขายประมาณ 120-150 ล้านบาท ต่อปี

    จะเห็นว่า CEI ไม่ได้ผลิตเองแล้ว เค้าซื้ออะไหล่มาแล้วก็ประกอบเอง แล้วโรงงานหละ ??? เก็บไว้ทำไม เครื่องจักร มีขายไปบ้าง ต้องรอดู แล้วก็ที่ขายบริษัทลูกในจีนไปได้เงินมาเท่าไหร่

  3. โครงการในอนาคต
    ณ ขณะนี้ บริษัทฯ ยังคงหาธุรกิจใหม่เพื่อการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงและความเสี่ยงต่ำในการดำเนินธุรกิจในอนาคต เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงที่สุด ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2552 บริษัทฯได้เข้าลงทุนในบริษัท แหล่งน้ำสยาม จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ10 โดยซื้อเงินลงทุนดังกล่าวจากผู้ถือหุ้นเดิมในราคา 49.95 บาท จำนวน 450,000 หุ้น โดยมีราคาตามบัญชีหุ้น
    ละ 100 บาท บริษัทฯ จ่ายชำระเงินค่าหุ้นแล้วจำนวน 33.75 ล้านบาท คงเหลือ 16.20 ล้านบาท กำหนดจ่ายชำระภายในเดือนกันยายน 2552 และใบหุ้นทั้งจำนวนดังกล่าวได้โอนมายังบริษัทแล้วในเดือนสิงหาคม 2552

    เหมือนยังหาธุรกิจทำที่ลงตัวไม่ได้

  4. ดูงบแล้วกำไรขั้น 18% ตรงหมายเหตุประกอบงบข้อ 8 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารตั้ง 68% ของรายได้รวม เลยทำให้ขาดทุน ทำไมค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนี้ ??? จัดโปรโมชันเยอะไปหน่อย ? หรือว่ารวมค่าที่โดนฟ้อง งง ครับ ไปเจอมาว่าทำไม S&G ถึงเยอะ

    เนื่องจากการตั้งสำรองต่างๆที่เกี่ยวกับสินค้า,สินทรัพย์ถาวร,และลูกหนี้การ ค้าเพิ่มขึ้น และรวมถึงค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารโรงงานเพิ่มขึ้น

    สินทรัพย์หมุนเวียน 480 ล้าน หนี้สิน 81 ล้าน ไม่น่ามีปัญหาสภาพคล่อง ส่วนผู้ถือหุ้น 673 ล้านบาท เค้าไม่น่าปล่อยให้ล้มละลายหรอก แต่หุ้นตัวนี้ยังมีขาดทุนสะสมอยู่ 45 ล้าน ถ้ามองว่าปีนี้สามารถพลิกกลับมากำไรได้เนี่ย Turnaround เลย ??? แต่จะกลับมาได้ยังไงหละ

    งบก็ดูแปลกๆ แฮะงบกำไรขาดทุน งบรวมมีแค่ปีเดียวของปี 51 ไม่มีให้เทียบกับปี 52

    ขอจบการวิเคราะห์แต่เพียงแค่นี้ T_T

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *