ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

CIMBT หุ้น ซีไอเอ็มบี ไทย

โจทย์ยาก ‘สุภัค ศิวะรักษ์’ โดนข้อสอบ’ซีไอเอ็มบีกรุ๊ป’ ปีนี้ต้องสร้าง ROE ให้อยู่ระดับ ‘เลขสองหลัก’

หลังจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ “อันดับห้า” ของอาเซียน กลุ่มซีไอเอ็มบี โดย CIMB Bank Berhad จากประเทศมาเลเซีย เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 93% เมื่อปลายปี 2551 พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจและเปลี่ยนชื่อจาก ธนาคาร ไทยธนาคาร (BT) มาเป็น ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) นำทีมบริหารโดย ดร.สุภัค ศิวะรักษ์ อดีตซีอีโอ ธนาคารทหารไทย นับว่าผลการดำเนินงานของธนาคารก็ค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ

จากผลขาดทุนจำนวนมากเกือบ 2,000 ล้านบาท ในปี 2551 ก็เริ่ม “เสมอตัว” ในปี 2552 และทำกำไรได้ 828 ล้านบาท ในปี 2553 สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2554 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,316 ล้านบาท เติบโตขึ้น 59% แต่ในแง่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ยังทำได้ “ไม่ค่อยดีนัก” ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 14-15% โดยธนาคารพาณิชย์ไทยที่ทำ ROE ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างโดดเด่น ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทิสโก้ และธนาคารกรุงไทย

ในงานแถลงแผนธุรกิจประจำปี 2555 ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญในปีนี้ ต้องเน้นที่ตัวเลข ROE (อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น) หลังถูกผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มซีไอเอ็มบี ?กำชับ? มาอย่างหนัก

?ปีนี้เรากำลังโดนมังกรไล่ จากปีก่อนต้องวิ่งเร็วกว่ากระต่าย? สุภัค กล่าวเปรียบเทียบปี “งูใหญ่” เป็น “มังกร” ที่กำลังไล่บี้ธนาคารให้ต้องสร้างตัวเลขผลตอบแทน ROE ให้เทียบเคียงได้กับ “ค่าเฉลี่ย” ของอุตสาหกรรม ขณะที่ในงานแถลงแผนธุรกิจประจำปี 2554 (ปีกระต่าย) ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เขาเน้นที่การเติบโตในธีม? “วิ่งเร็วกว่ากระต่าย”

ผู้บริหารรายนี้ ยกข้อสอบเก่าผลการดำเนินงานปี 2553 ของ CIMB Bank Berhad ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ได้ถึง 16% และงวดปี 2554 คาดว่าจะทำได้สูงกว่านั้นอีก รวมถึงธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไนอากา ประเทศอินโดนีเซีย ก็สามารถสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ในระดับเดียวกัน จึงเป็นที่มาของธีม “มังกรไล่จี้หลัง” ในปีนี้ ที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ต้องเร่งสร้าง ROE ให้อยู่ในระดับสูงขึ้น

?ปีที่ผ่านมาเราทำ ROE ได้ 11.1% ปีนี้ เรามีเป้าหมายต้องทำให้ได้มากกว่าคือ (ไม่ต่ำกว่า) 10-13% รวมถึงผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ต้องให้ได้ 1-1.3% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 0.9%? ที่คือ “โจทย์หิน” ที่กลุ่มซีไอเอ็มบี ออกข้อสอบประเมินผลงานของสุภัคในปีมังกร

เขาบอกว่า ผลงานในปี 2554 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเติบโต 27.1% มียอดสินเชื่อรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ขณะที่เงินฝากเติบโต 20.7% มียอดรวม 1.34 แสนล้านบาท ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 คือ เป็นธนาคารที่มีมาร์เก็ตแชร์ขายหุ้น IPO “อันดับหนึ่ง” และติด 1 ใน 3 ของผู้ค้าตราสารหนี้ และติดอันดับ 8 ของผู้ออกหุ้นกู้เอกชน นอกจากนี้สินเชื่อเอสเอ็มอียังเติบโตสูงถึง 48% แต่จุดด้อยในปีที่ผ่านมาก็คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ปรับลดลงจากปี 2553 จาก? 3.77% เหลือ 3.46% ในปี 2554 เนื่องจากภาวะการแข่งขันด้านเงินฝากอย่างรุนแรงในตลาด

สำหรับแผนงานในปีนี้ สุภัค บอกว่าการที่จะสร้าง ROE ในระดับสูงจะต้องทำมากกว่าปล่อยสินเชื่อ และคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังต้องหาช่องทางเพิ่มรายได้ใหม่ๆ โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ที่ปีนี้ตั้งเป้าสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ เติบโต 35% จากปีก่อนเติบโต 43.2% ส่วนหลักๆ น่าจะมาจากธุรกิจขายประกันซึ่งได้จับมือร่วมกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด

นอกจากนี้ยังเน้นงานวาณิชธนกิจ เช่น การออกตราสารหนี้ ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ และเป็นที่ปรึกษาควบรวมกิจการ ส่วนเป้ารายได้จากดอกเบี้ยก็ตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่า 35% จากปีที่แล้วเติบโต 7.6% โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่มากขึ้น หลังปีที่ผ่านมาสินเชื่อเอสเอ็มอีมีการเติบโตอย่างโดดเด่น

ด้านกลยุทธ์การแข่งขันคงไม่ไปแข่งกับธนาคารขนาดใหญ่แต่จะเน้นผลิตภัณฑ์การเงินที่เป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market) เช่น ตั๋วแลกเงินที่มีอนุพันธ์แฝง รวมถึงเน้นการ Cross Selling ผลิตภัณฑ์การเงินสำหรับรายย่อย ธนาคารได้ปรับปรุงระบบ Core Banking พร้อมกับธนาคารอื่นในกลุ่มซีไอเอ็มบีเพื่อใช้เป็นฐานในการสร้างผลิตภัณฑ์การเงินที่จะมาตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากขึ้น

เขากล่าวต่อว่า ในแง่ของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ในปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 3.5-3.8% โดยยังมุ่งเน้นไปที่สินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย โดยประเภทสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้านคาดว่าจะเติบโต 20-25% ส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล คาดว่าจะเติบโต 80-100% ขณะเดียวกันยังมีเป้าหมายที่จะลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ให้อยู่ระดับต่ำกว่า 3% จากปีที่แล้วเพิ่มขึ้นจาก 2.7% มาเป็น 3.4% จากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ลูกค้าบางรายประสบความเสียหาย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  เมเจอร์ MAJOR ก้าวสำคัญปี 2554

สำหรับ ?จุดอ่อน? สำคัญของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สุภัค กล่าวว่า ต้องรีบปรับปรุงเรื่อง ?ต้นทุนดำเนินงาน? เช่น Cost to Income Ratio ที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูงที่ 68.5% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 47% ปัจจัยสำคัญจะต้องเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์ จากเดิมอยู่ที่ 25% ให้มาอยู่ที่ 30% เพื่อให้ต้นทุนการเงินลดลง ขณะเดียวกันต้องลดค่าใช้จ่ายการลงทุนต่อสินทรัพย์รวม จากตอนนี้อยู่ที่ 3.6% เพราะยังมีการขยายสาขาและลงทุนระบบไอทีอยู่แต่หลังจากนี้ไปจะไม่มีการลงทุนหนักอีก

?สรุปแล้วสินเชื่อรวมปีนี้น่าจะเติบโต 20-30% ขณะที่เงินฝากก็เติบโต 30% เช่นกัน เรามั่นใจว่าจะทำได้เพราะปีที่แล้วก็สามารถทำผลงานได้เกินเป้ามาแล้ว?

สุภัค ยังกล่าวอีกว่า นโยบายของกลุ่มซีไอเอ็มบีเปิดโอกาสให้เข้า ?ซื้อกิจการ? เมื่อได้ราคาที่เหมาะสมและสามารถต่อยอดธุรกิจเดิมได้ แต่คงไม่ใช่แผนงานหลักที่ยังเน้นการเติบโตแบบ Organic Growth มากกว่า เพราะตอนนี้โครงสร้างธุรกิจของธนาคารถือว่าเข้ารูปเข้ารอยแล้ว

จากนี้เป็นต้นไปคือการเร่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเขาเผยว่า กลุ่มซีไอเอ็มบี ตั้งเป้ารายได้จากธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะต้องอยู่ระดับ 10% ของรายได้รวมทั้งกลุ่ม จากตอนนี้อยู่ไม่ถึง 5%…นี่ก็คือ “โจทย์ยาก” สำหรับ “ข้อสอบปีต่อไป” ของ สุภัค ศิวะรักษ์ ที่เริ่มมองเห็นเค้าลางเรื่องที่ “ไม่หมู” ให้ต้องท้าทายกันล่วงหน้า!!!

Bangkok Biz News

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *