บทวิเคราะห์หุ้น

CPALL บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

ใครอยากเป็นเจ้าของร้าน 7-Eleven ยกมือขึ้น

แม้ภาวะเศรษฐกิจตก ต่ำจะฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภคไปอย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่า บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จะไม่สะดุ้งสะเทือน ด้วยการประกาศเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 7- Eleven มีสาขาเปิดให้บริการแล้ว 5,300 แห่ง และจะได้เห็นอีก 400 ? 500 แห่งในปีนี้ แถมจับมือกับ 3 แบงก์ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ฝันอยากเป็นเจ้าของร้าน 7- Eleven ให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบัน ร้าน 7-Eleven มียอดผู้เข้าใช้บริการรวมกว่า 6 ล้านคนต่อวัน ทั่วประเทศ หรือเฉลี่ยที่ 1,200 คนต่อสาขาต่อวัน นับเป็นตัวเลขที่ดึงดูดใจไม่น้อยสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการสร้าง ธุรกิจของตัวเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ จะปิ๊งไอเดียโดยการจับมือกับ 3 แบงก์พาณิชย์ ประกอบด้วย ?กสิกรไทย ? ไทยพาณิชย์ ? นครหลวงไทย? จัดบริการสินเชื่อพิเศษแก่ธุรกิจแฟรนไชส์ร้าน 7-Eleven? เพื่ออำนวยความสะดวกกันอย่างเต็มที่

ก่อศักดิ์กล่าวว่า จากสถิติการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนทำร้าน 7-Eleven ของสถาบันการเงิน พบว่ามีสัดส่วนหนี้ NPLs เป็นศูนย์ สอดคล้องกับตัวเลขรายได้ของแต่ละสาขาซึ่งเฉลี่ยแล้วพบว่าคืนทุนได้ภายใน 3 ปี ซึ่งเขามองว่าในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างปีนี้จะเป็นจังหวะดีในการลงทุน โดยผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้ามาจะทำให้ตลาดค้าปลีกในปีนี้มีความคึกคักและ กระตุ้นการเติบทางเศรษฐกิจของประเทศในอีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ที่ สนใจ คงต้องศึกษารายละเอียดในด้านต่างๆ ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อของทั้ง 3 แบงก์ซึ่งโดดเด่นแตกต่างกันไป เช่น ธนาคารกสิกรไทย เสนอสินเชื่อที่สามารถผ่อนนานถึง 10 ปี โดยผู้ขอกู้จะทราบผลการพิจารณาเบื้องต้นภายใน 3 วัน และได้รับเงินภายใน 7 วัน, ธนาคารไทยพาณิชย์นำเสนอสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และ ธนาคารนครหลวงไทยที่ผู้กู้ไม่ต้องมีหลักประกัน และยังมีบริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้าน 7-Eleven ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.รวมถึงในปีที่ผ่านมา ธนาคารยังจัดสินเชื่อเคหะนครหลวงไทยสำหรับผู้ประกอบการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ซื้อหรือรีไฟแนนซ์อาคารพาณิชย์ตลอดจนที่อยู่อาศัยทุกประเภท เป็นต้น

ด้าน รายละเอียดแฟรนส์ไชซี่ โดยปกติแล้วทางบริษัทจะแบ่งตามระยะเวลาการทำสัญญา กรณีทำสัญญา 6 ปี (Type B) ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 8.8 แสนบาท + เงินลงทุนส่วนเพิ่มเติม 6 แสนบาท และกรณีทำสัญญา 10 ปี (Type C) จะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 1.73 ล้านบาท + เงินลงทุนส่วนเพิ่มเติม 9 แสนบาท โดยเงินลงทุนเริ่มต้นจะรวมค่าสิทธิ์แรกเข้า ค่าดำเนินการโอนร้าน และ ค่าสิทธิ์ในการบริหารร้าน เป็นต้น

สำหรับผลตอบแทนจากการบริหาร ร้าน จะคำนวณจากยอดขายสินค้าหักด้วยต้นทุนสินค้า ซึ่งจะได้ตัวเลขกำไรขั้นต้น (Gross Profit) จากนั้นก็จะถูกแบ่งผลตอบแทนเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ต้องคืนให้กับบริษัท 46% และที่เหลืออีก 54% เป็นผลตอบแทนที่ผู้ดำเนินการหรือแฟรนส์ไชซี่จะได้รับ

?เงินลงทุน จำนวนนี้ผมถือว่าเหมาะสมแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เราจัดให้ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งร้าน ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องมีสถานที่เป็นของตนเอง แต่ใช้วิธีเลือกสาขาที่เปิดอยู่แล้วและยังไม่มีเจ้าของ หรือกำลังจะเปิดดำเนินการก็ได้ และรวมถึงการลงทุนในเรื่องอุปกรณ์ การปรับปรุงร้าน การลงสินค้าและจัดระบบคลังสินค้า การโฆษณาตามสื่อและจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ รวมถึงการอบรมเทคนิคการบริหารจัดการร้านค้าทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ?

ก่อ ศักดิ์ กล่าวพร้อมยืนยันว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีสาขา 7- Eleven เปิดบริการถึง 7,000 แห่งทั่วประเทศ และที่น่าสังเกตคือสัดส่วนสาขาที่บริหารโดยแฟรนส์ไชซี่จะเติบโตมากขึ้น โดยคาดว่าสูงถึง 58% ในปี 2556 คล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกว่า 90% เป็นสาขาที่บริหารโดยแฟรนส์ไชซี่ และด้วยการเติบโตดังกล่าวจะผลักดันให้ผลประกอบการของซีพี ออลล์ สูงอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยในปี 2553 น่าจะได้เห็นยอดขายโตได้อีก 15% เป็นอย่างต่ำ

MoneyChannel

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *