ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

EGCO Group ผ่าทางตัน

ถ้า EGCO ไม่ทำอะไรสักอย่าง ผลประกอบการในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า อาจไม่เติบโตขึ้นเลย!!!

คำ กล่าวที่ว่าถือหุ้นโรงไฟฟ้าปลอดภัยไร้กังวล อาจจะไม่แน่นอนสำหรับผู้ถือหุ้น EGCO ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความท้าทายเรื่องกำลังการผลิตไฟฟ้าที่อาจไม่เติบโตเลยใน อนาคต 3-4 ปีข้างหน้านี้ ขณะที่โอกาสขยายกำลังผลิตในประเทศเป็นไปอย่างยากลำบาก โอกาสการเติบโตของ บมจ.ผลิตไฟฟ้า คือการเดินหน้าหาโครงการลงทุนใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชีย

เอ็กโกถูกจัดเกรดการลงทุนเป็นเพียง “หุ้นปันผล” ที่ไม่มีการเติบโตมาพักใหญ่แล้ว ทั้งๆ ที่บริษัทมีองค์ประกอบของหุ้นบลูชิพชั้นดีอยู่เต็มเปี่ยม ธุรกิจมั่นคง มีเงินสดในมือหลายพันล้านบาท มีหนี้สินน้อยมาก ราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี? ค่าพี/อีเรโชก็ไม่สูง จ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับดี แต่มีข้อเสียใหญ่อยู่อย่างเดียวคือ ในช่วง 3-4 ปีนี้ นักลงทุนอาจไม่เห็นการเติบโตในแง่ของรายได้และกำไร

แนวโน้มรายได้ของเอ็กโกทรงตัวมาตั้งแต่ปี 2551 เฉลี่ยปีละ 15,000-16,000 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอ่อนตัวชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2553 จากระดับ 8,000 ล้านบาท เหลือปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวเนื่องจากโรงไฟฟ้าระยองและโรงไฟฟ้าขนอม อยู่ในช่วงปลายสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ.แต่บริษัทก็จะเริ่มมีกำไรจากเงินลงทุนอื่นๆ มาชดเชยได้บางส่วน

ซีอีโอใหม่ สหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศไทยถูกจำกัดให้เล็กลงเรื่อยๆ จากปัจจัยทางด้านสังคม ได้แก่ การประท้วงคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ของเอ็นจีโอและคนในพื้นที่ ทำให้โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ตั้งแต่ 700? เมกะวัตต์ขึ้นไป ในช่วง 4-5 ปีมานี้ไม่สามารถดำเนินการได้เลย และในเร็วๆ นี้จะยังไม่มีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) รอบใหม่อีก

ขณะเดียวกันความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงเพราะ ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ อย่างเช่นปีนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าอาจจะ ?ติดลบ? จากตอนนี้ลดลงมาแล้วกว่า 1,800 เมกะวัตต์ เป็นไปได้ว่าปีนี้ความต้องการจะลดลง 1% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 1-2% ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติเพราะที่จริงแล้วความต้องการต้องโตขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปี 2555 ความต้องการใช้ไฟฟ้าน่าจะกลับมาเติบโตได้เหมือนปกติ

อดีตรองผู้ว่าการ กฟผ.? บอกอีกว่า เอ็กโกยังมีประเด็นท้าทายหลายเรื่องโดยเฉพาะการต่อสัญญาเป็นผู้ดำเนินการโรง ไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าระยอง ซึ่งมีสัดส่วน 25% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของพอร์ต และกำลังทยอยหมดอายุสัญญาลง ถ้าไม่สามารถหากำลังผลิตใหม่มาเสริมได้ก็จะส่งผลต่อรายได้อย่างมาก โดยโรงไฟฟ้าระยองมีกำลังการผลิต 1,160 เมกะวัตต์ จะหมดอายุสัญญาในปี 2557 โดยเอ็กโกได้ทำเรื่องขอต่อสัญญาอีก 5 ปี ยื่นไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความพร้อมทุกด้าน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

ส่วนโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีกำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ จะหมดอายุสัญญาในปี 2559 อาจจะไม่ต่อสัญญาเนื่องจากเป็นโรงงานแบบเก่า แต่อาจจะขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในบริเวณเดิมแทนหรือขายที่ดินให้ กฟผ.ไปดำเนินการแทน นอกจากนี้ ยังต้องจ่ายชดเชยค่าความพร้อมจ่าย (AP) ตามความเสื่อมของโรงไฟฟ้า โดยปี 2555 คาดว่าจะลดลง 400 ล้านบาท จากนั้นก็จะอยู่ในระดับคงที่

ปัจจุบันเอ็กโกมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น? 4,417.3 เมกะวัตต์ แต่ถ้ารวมโครงการที่กำลังลงทุนอยู่ เช่น โครงการลพบุรีโซลาร์ โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก SPP ทีเจโคเจน พีพีโคเจน และเอสเคโคเจน ซึ่งจ่ายไฟฟ้าจำนวน 375 เมกะวัตต์ ให้กับบริษัทในกลุ่มเครือซิเมนต์ไทย รวมถึงโครงการไซยะบุรี ที่ตอนนี้ถูกระงับการก่อสร้างจะมีกำลังการผลิตรวม 4,973.9 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศที่เดินเครื่องแล้ว 14 แห่งและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 แห่งและพัฒนา 4 แห่ง ซึ่งจะทยอยรับรู้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า
สรุปแล้วเราต้องปรับมุมคิดใหม่ในการทำธุรกิจนอกเหนือจากการซื้อ กิจการโดยจะเริ่มมองหาการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่เรายังไม่เคยทำมาก่อน ตอนนี้ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่แยกสายงานพัฒนาธุรกิจในประเทศและต่าง ประเทศรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดยมีทั้งพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield) และต่อยอดการลงทุนด้วยการขยายกำลังการผลิตในโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว (Brownfield)”

สหัส กล่าวว่า เอ็กโกได้เริ่มมองหาโอกาสที่จะเป็นเจ้าของแหล่งพลังงานของตัวเอง เช่น การเป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินซึ่งเป็นแนวโน้มของผู้ประกอบการด้านพลังงานใน ปัจจุบันและอนาคต ตอนนี้มีคนเสนอเหมืองถ่านหินที่ประเทศอินโดนีเซียมาให้พิจารณา แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะยังเป็นของใหม่สำหรับบริษัท คิดว่าในปีหน้าอาจจะยังไม่เห็นความคืบหน้า แต่ปี 2556 น่าจะเห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ขณะเดียวกันก็หันมาลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มากขึ้น รวมถึงลงทุนด้านพลังงานทดแทนอย่างพลังน้ำ พลังลม พลังแสงอาทิตย์ หรือ ชีวมวล ตอนนี้มีเพียงสองโครงการคือ ลพบุรีโซลาร์ และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี แต่กำลังพิจารณาโครงการอยู่ 10 โครงการทั้งเล็กและใหญ่ ต้องยอมรับว่าพลังงานทดแทนอาจจะสร้างเป็นรายได้คืนผู้ถือหุ้นได้ไม่เร็วนัก แต่ก็เป็นทิศทางที่เราต้องเดินไป

นอกจากนี้ เอ็กโกยังมุ่งเน้นขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากตอนนี้มีการลงทุนในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วน 12.32%? หรือประมาณ 540 เมกะวัตต์ ในประเทศลาว และฟิลิปปินส์ผ่านโครงการเคซอน? แต่ก็ต้องเจอคู่แข่งที่มาจากประเทศไทยเองและบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่คู่แข่งอย่างโรงไฟฟ้าราชบุรีได้รับ สิทธิเป็นผู้ลงทุนโรงไฟฟ้าภายในนิคมฯไปแล้ว เอ็กโกคงต้องถอนตัวจากโครงการนี้ไปเลยไม่คิดจะไปแข่งอีก
?ภายใน 3-5 ปีข้างหน้าเราไม่มีเป้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็นเท่าไร แต่ต้องมีให้ได้มากที่สุด โดยบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนและลงทุนก่อสร้างโรง ไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้? เช่น ลาว ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเทิน 1 ขนาดกำลังการผลิต 523 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกองขนาดกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มกำลังผลิตอีก 500 เมกะวัตต์ในโครงการเคซอน?

สหัส บอกว่า บริษัทมีนโยบายถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 25% ในโครงการที่จะเข้าไปถือหุ้น โดยตั้งงบลงทุนไว้ปีละ 6,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีจากนี้ (2555-2557) ขณะที่สถานะการเงินปัจจุบันมีหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.25 เท่า ยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีก และมีกระแสเงินสดภายในประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้มีอยู่ 2-3 โครงการที่อยู่ระหว่างพิจารณาเข้าซื้อกิจการ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  PF พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค อนาคตดีมีแววสวย

ในแง่นักลงทุน สหัส กล่าวว่า แม้ผลประกอบการหลังจากนี้อาจจะไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดมากนัก แต่จะพยายามรักษาอัตราการจ่ายปันผลในระดับที่ ?ไม่ลดลง? โดยหลายปีหลังได้จ่ายปันผลที่ 5.25 บาทต่อหุ้นทุกปี ในระดับ 40% ของกำไรสุทธิ

?นโยบายของผมเน้นที่การสร้างรายได้และกำไรที่จะมีผลต่อผู้ถือ หุ้นโดยตรงมากกว่าเพิ่มกำลังผลิต ส่วนเป้าหมายของเอ็กโกคือรักษาระดับกำไรให้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2554-2558 และเพิ่มให้ถึง 6,000 ล้านบาทระหว่างปี 2559-2564?? ซีอีโอคนใหม่เอ็กโก กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *