ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

HEMRAJ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน)

ชื่อบริษัท บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่ อาคารยูเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 18, 9 ถนนรามคำแหง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.
เบอร์โทรศัพท์ 0-2719-9555, 0-2719-9559
เบอร์โทรสาร 0-2719-9546-7
เว็บไซด์ www.hemaraj.com

บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งเริ่มประกอบธุรกิจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2531 โครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี ?จังหวัดชลบุรี เป็นแห่งแรก เพื่อเป็นศูนย์รวมของอุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ต่อมาได้จัดตั้งบริษัท อีสเทิร์นอินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเพื่อดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) จังหวัดระยอง เป็นแห่งที่สอง ในเดือนกันยายน 2531 ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นประเภทกลุ่ม? ปิโตรเคมี เคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก ต่อมาในปี 2535 บริษัทได้มีการเพิ่มทุนและจำหน่ายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2536 บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

ปี 2537 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นอีกชื่อบริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ดอินดัสเตรียลเอสเตท? (ระยอง) จำกัด เพื่อดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สาม ในจังหวัดระยอง เพื่อให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งบริษัทชื่อ บริษัท อีสเทิร์นไพพ์ไลน์เซอร์วิสเซส จำกัด ในปี 2538 เพื่อดำเนินธุรกิจบริการให้เช่าฐานวางท่อ (PIPE RACK) สำหรับการขนถ่ายเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ไอน้ำ และวัตถุดิบระหว่างลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก (มาบตาพุด) และบริเวณใกล้เคียง และได้ลงทุนบางส่วนในบริษัท ศรีราชา ฮาร์เบอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจท่าเรือและขนส่ง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นและเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทในรูปของเงินปันผล ปี 2540 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยที่ British Virgin Islands ชื่อ H-International (BVI) Company Limited เป็น ?Holding Company เพื่อลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศ และต่อมาในปี 2541 บริษัท อีสเทิร์นอินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด ได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทอื่นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจัดตั้งบริษัท อีสเทิร์น ฟลูอิด ทราน สปอร์ต จำกัด เพื่อบริการ จัดการระบบการขนส่งทางท่อ

ในปี 2542 บริษัท อีสเทริน์ซีบอร์ดอินดัสเตรียลเอสเตท (ระยอง) จำกัด ได้เปิดโครงการสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทริน์ซีบอร์ด (ระยอง) โดยได้สร้างอาคารโรงงานสำเร็จรูปสำหรับนักลงทุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมทุกประเภท

พัฒนาการที่สำคัญที่ผ่านมา

ในปี 2545 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นสามัญโดยให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน 283,163,108 หุ้น และในปี 2546 บริษัทได้ออกหุ้นสามัญจำนวน 120 ล้านหุ้น ผ่าน Private Placement

ในเดือนตุลาคม 2546 บริษัทฯ ได้ลดราคาพาร์จาก 10 บาทต่อหุ้น เหลือ 1 บาทต่อหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มเป็นจำนวน 13 พันล้านหุ้น

ในปี 2547? บริษัทเริ่มพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับลูกค้าระดับHigh End ชื่อโครงการ ?เดอะ พาร์คชิดลม? โดยมีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท และ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท เดอะพาร์คเรสซิเดนซ์ จำกัด? เพื่อการบริหารอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย และบริหารจัดการงานบริการ

3 พฤศจิกายน 2547 บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท เคเค-เจทีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด เพื่อขยายธุรกิจการพัฒนาที่ดินเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด) ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สี่ในกลุ่มของบริษัท โดยมีที่ดิน รองรับการพัฒนากว่า 7,000 ไร่

ในเดือนเมษายน 2548 บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทยในสัดส่วนร้อยละ 25 ในบริษัท เอส ไอ แอล ที่ดินอุตสาหกรรม จำกัด และเข้าบริหารสวนอุตสาหกรรม 2 แห่งที่จังหวัด สระบุรีและระยอง โดยมีพื้นที่คงเหลือประมาณ 7,000 ไร่

ในเดือนมิถุนายน 2548 บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อบริษัท เหมราช วอเตอร์ จำกัด เพื่อจำหน่ายน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม, บำบัดน้ำเสีย, น้ำปราศจากแร่ธาตุ และ ในบริษัท เอสเอ็มอี แฟคทอรี่ จำกัด เพื่อจัดทำธุรกิจหลักในการขายหรือให้เช่าโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นเป็นอัตราร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด บริษัท เหมราช วอเตอร์ จำกัด ได้เริ่มก่อสร้างโรงกรองน้ำ เพื่อดำเนินการผลิตน้ำเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก โดยได้เริ่มทดสอบการผลิต ในปลายปี 2549 ด้วยความสามารถในการกรองน้ำ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือ 43,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยเพิ่มความสามารถในการกรองน้ำให้กับนิคมอุตสาหกรรมตะวันออกอีกร้อยละ 120 ความสามารถในการกรองรวมทั้งหมด 3,300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือ 79,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากการลงทุนโรงกรองใหม่ 150 ล้านบาท

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  อันดับหุ้น เรียงข้อมูลตาม P/E P/B ROE Dividend Yield Market Cap ราคาหุ้น

การขยายนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก

ในปี 2549 บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่และเริ่มพัฒนาเฟส 2 ส่วนขยายเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เคมี และอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก การขยายพื้นที่ในเฟส 2 ส่วนขยายนี้จะเพิ่มพื้นที่ขายให้กับบริษัทฯ อีกกว่า 550 ไร่

การพัฒนาของนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด

บริษัทฯ ได้เริ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด (H-ESIE) เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2549 เพื่อเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ESIE) หรือ ?ดีทรอย์แห่งตะวันออก? ซึ่งเฟสที่ 1 และ 2 ประมาณ 4,000 ไร่ กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและพร้อมขายตั้งแต่ปี 2550

ศูนย์บริการสื่อสารและบริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรมของเหมราช

เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2549 บริษัทฯ ได้ลงนามในข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) แต่งตั้งบริษัท ดาต้าโปรคอมพิวเตอร์ซิสเต็มส์ จำกัด (ดีซีเอส) เป็นบริษัทพันธมิตรในการให้บริการทางด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรให้แก่บริษัทลูกค้าซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่ บริษัทต้องการให้มีการบริการเสริมให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร

ในเดือนพฤษภาคม 2550 บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) (ดำเนินการโดยบริษัท GDF Suez) จัดตั้งบริษัท เก็คโค่ – วัน จำกัด เพื่อศึกษาและพัฒนาโครงการผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าอิสระขนาดใหญ่ (IPP) เพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีมูลค่าของโครงการประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และบริษัทเข้าถือหุ้นอัตราร้อยละ 35

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท เหมราช คลีน วอเตอร์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกันการผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมแก่ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทและบริษัทย่อยทั้ง 4 นิคม มีทุนจดทะเบียน 645 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด การลงทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการน้ำแก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมให้ได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นไป ส่งผลให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการจัดการรูปแบบการดำเนินการในธุรกิจน้ำเพื่ออุตสาหกรรมของบริษัทให้มีความชัดเจนขึ้น

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 โครงการไฟฟ้าของบริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่บริษัท เหมราช ถือหุ้นร้อยละ 35 และร้อยละ 65 โดยกลุ่มบริษัทโกลว์? ในการดำเนินการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระขนาดใหญ่ (IPP) ขนาด 660 เมกะวัตต์? ได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้ลงนามทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เป็นระยะเวลา 25 ปี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2551 พร้อมทั้งได้เริ่มเตรียมการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม โดยมีกำหนดที่จะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปลายปี 2554 โดยมีบริษัท ดูซาน จากประเทศเกาหลีเป็นผู้รับผิดชอบในงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าโครงการนี้ (EPC Contractor)

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการซื้อลงทุนในหุ้นสามัญร้อยละ 51 ในบริษัทห้วยเหาะไทย ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในห้วยเหาะพาวเวอร์ จากบริษัท สุเอซ เอเนอจี เอเซีย จำกัด ?การซื้อหุ้นครั้งนี้ มีผลทำให้ ห้วยเหาะไทยลงทุนเพิ่มเติมใน ห้วยเหาะ พาวเวอร์?? จาก 20% เป็น 25 % ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ชำระเงินลงทุนเป็นจำนวน 7.74 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ เป็นเงินไทยประมาณ 267 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานรายได้ในธุรกิจการให้บริการด้านสาธารณูปโภคของบริษัทฯ

โครงการห้วยเหาะ พาวเวอร์ ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 152 เมกะวัตต์ ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลลาวเป็นระยะเวลา 30 ปี ในรูปแบบการสร้าง การดำเนินการ และการโอน (BOT)? ในปัจจุบัน โครงการห้วยเหาะ พาวเวอร์ ได้ขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ด้วยกำลังการผลิตตามสัญญาขั้นต่ำ 126 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังการผลิตรวมตามสัญญาทั้งหมด 394.2 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี เป็นระยะเวลา 30ปี โดยส่งกระแสไฟฟ้ามายังจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ ห้วยเหาะ พาวเวอร์ ยังมีสัญญาซื้อขายกระแสไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งประเทศลาว ด้วยกำลังการผลิตตามสัญญาขั้นต่ำ 2 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ห้วยเหาะ พาวเวอร์มีบริษัทโกลว์พลังงานเป็นผู้ถือหุ้นหลัก

5 thoughts on “HEMRAJ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน)

  1. หุ้นแอบชอบ HEMRAJ กลับมาน่ามองอีกครั้งตอนนี้ แม้นิคมฯ บางตัวจะโอดครวญว่าญี่ปุ่นชิ่งหนีไปที่อื่น แต่พี่เหมมียอดขายที่ดิน 400 ไร่ตุนในมือแล้ว แค่ยอดนี้ก็มากกว่าปีก่อนทั้งปี และจ่อที่จะขายเพิ่มได้อีกเรียกว่าทะลุเป้าแตกไปเลย อีกทั้งจะมีรายได้จากขายคอนโดเข้ามาอีก ปีนี้จึงกลายเป็นปีทองของพี่เหมซะแล๊น ดูกราฟสร้าง W-shape ต้านหน้า 0.95บาทใครแอบชอบขอให้แอบรวย

  2. ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หุ้นhemrajเสี่ยจักรพันธ์ ประจวบเหมาะเข้าออกวันละเป็นสิบๆรอบผมแอบเห็นที่โบรกผม

  3. ต้องการขายที่ดิน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง (มาบยางพร) อยู่ห่างจากโรงงานสยามอินดัสเทรียลประมาณ 1 กม. อยู่บริเวณโรงเรียนบ้านมาบยางพร มีประมาณ 185 ไร่ เหมาะมากสำหรับสร้างโกดังเก็บสินค้า/โรงงานอุตสาหกรรม หากสนใจกรุณาติดต่อกลับมาที่ e_ewow@hotmail.com

  4. คุณคอหุ้น ผมรู้ดีที่คุณจักรพันธ์ ประจวบเหมาะเข้าอกวันละหล่ยรอบนั่นแกไม่ใช่จะได้นะครับ บางทีก็เสียชั่วโมงละเป็นล้าน ฉะนั้นหุ้นประเภทนี้หากทุนไม่ถึงจะหมดตัวได้ง่ายๆ นี่ขนาดเสี่ยจักรแกมีทุนที่จะลากได้แกยังเโดนทุบอยู้ทุกวันจนจะเลิกเล่นหุ้นแล้ว

  5. มีความต้องการขายที่ดินเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ อยู่ติดกับโรงงานจีแสตล ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โทร. 0896089817

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *