ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

IFEC อินเตอร์ ฟาร์อีสท์

‘อินเตอร์ ฟาร์อีสท์’ สตอรี่ใหม่ จากใจ ‘เจ้าของ’

ไม่ใช่ธุรกิจที่ หวือหวาและมีรายได้สม่ำเสมอปีละประมาณ 550-580 ล้านบาท ธุรกิจหลักเป็นผู้นำเข้า จำหน่าย และปล่อยเช่าสินค้าเครื่องถ่ายเอกสาร

ดิจิทัลมัลติฟังก์ชัน ยี่ห้อโคนิก้า มินอลต้า แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แต่สำหรับปีนี้ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) มีเรื่องราวใหม่ที่น่าสนใจ

ภายหลังเข้าลงทุนในบริษัท อินฟินิท กรีน จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ โดยซื้อหุ้นจาก บริษัท ท๊อปกรีน เอนเนยี่ เทคโนโลยี จำกัด ประเทศไต้หวัน สัดส่วน 17% ของทุนจดทะเบียน 147 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะมาแรงในปีนี้ ทำให้หุ้นไซส์ S อย่าง IFEC นับจากวันนี้ มีประเด็นที่น่าติดตามมากขึ้น

ณรงค์ เตชะไชยวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ ระบายความรู้สึกส่วนตัวให้ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า เหตุผลที่หุ้น IFEC ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เกิดจากนักลงทุนมองว่า ธุรกิจที่ทำอยู่คงไม่สามารถทำให้ฐานะการเงินของบริษัทดีขึ้นไปมากกว่านี้

ในฐานะซีอีโอ และผู้ถือหุ้นใหญ่ ณรงค์ต้องสวมวิญญาณ “นักสืบ” แอบสอบถามนักลงทุนในเว็บไซต์หุ้นต่างๆ ว่าทำไมพวกท่านถึงไม่สนใจหุ้น IFEC ทั้งที่รายได้ก็สม่ำเสมอ กำไรสุทธิก็ดีใช้ได้ นักลงทุนตอบกลับมาว่า แม้ที่ผ่านมาบริษัทจะจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเนื้อธุรกิจ และไม่เชื่อว่าบริษัทจะมีโอกาสทางธุรกิจมากนัก เป็นเหตุผลที่ทำให้หุ้น IFEC ซื้อขาย พี/อี เรโช ต่ำมาตลอด
ในฐานะผู้บริหารกิจการที่ไม่เคยสัมผัสคำว่า “เติบโต” มานาน ณรงค์ เลยปักใจเชื่อว่า มูฟเมนท์ครั้งใหม่ของอินเตอร์ฟาร์อีสท์ วิศวการ คงมีโอกาส “สร้างฐานราคาหุ้นครั้งใหม่” โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แห่งที่ 1 ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี บนเนื้อที่ 76 ไร่ ในระยะแรก 2 เมกะวัตต์จะเริ่มผลิตภายในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนปีนี้ ส่วนกำลังการผลิตที่เหลืออีก 3 เมกะวัตต์ จะผลิตได้ประมาณต้นไตรมาสที่ 4

โครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ของบริษัท อินฟินิท กรีน จำกัด ไม่ได้หยุดอยู่ที่ 5 เมกะวัตต์ ที่อำเภอแก่งคอย แต่ยังมีอีก 5 เมกะวัตต์ ที่อำเภอหนองแค และอีก 5? เมกะวัตต์ ที่อำเภอวังน้อย รวมเป็น 15 เมกะวัตต์ ใช้งบลงทุนรวม 625 ล้านบาท โดยอินเตอร์ฟาร์อีสท์ วิศวการ จะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนปีหน้าจะเข้าเต็มปี โดยจะรับรู้ในรูปของ “เงินปันผล” (ตามสัดส่วนหุ้น 17%) แต่หากโครงการประสบความสำเร็จขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. ได้ทั้ง 15 เมกะวัตต์ จะมีมูลค่าประมาณ 1,875 ล้านบาท

“ในอนาคตบริษัทอาจถือหุ้นมากกว่า 17% แต่ขณะนี้ยังบอกสัดส่วนไม่ได้ รู้เพียงว่าถ้าจะลงมือทำจริงๆ ก็คงต้องเพิ่มทุน นำเงินมาลงทุนเพิ่ม ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคต ขอดูผลการศึกษาก่อน ถ้าคุ้มเราลุยแน่นอนไม่ต้องห่วง”

ณรงค์ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจใหม่นี้มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างดีระหว่าง 7-15% และอนาคตธุรกิจพลังงานทดแทนมีโอกาสเติบโตเฉลี่ยปีละ 20-30% ขณะที่ ไซม่อน ชาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ท๊อป กรีน เอนเนอยี่ เทคโนโลยี จำกัด คุยว่า บริษัทของเขาคือ Only in The World เป็นกลุ่มบริษัทเดียวในโลกที่มีวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างครบวงจร

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2553 ณรงค์มองเห็นความหวังรายได้มีโอกาสเติบโต 15-20% จากระดับ 577 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิมีโอกาสเติบโตมากกว่าประมาณ 20-25% จากฐานปีที่แล้ว 70 ล้านบาท โดยไม่ได้รวมธุรกิจใหม่เข้าไปคำนวณ

เขาคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 40% ตัวเลขการเติบโตนี้ตั้งบนสมมติฐานบริษัทเตรียมออกเครื่องถ่ายเอกสารโมเดล ใหม่อีก 5-6 รุ่น เน้นรุ่นเล็ก ราคาประหยัด เน้นลดค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดโดยลงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เน้นออกงานแสดงสินค้า และรักษาฐานลูกค้าเดิม

สำหรับมาตรการแก้ปัญหาราคาหุ้นที่ไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน ณรงค์ปักใจว่าระยะสั้นต้องแก้ด้วยวิธี “เพิ่มสภาพคล่อง” ปัจจุบันหุ้นมี Free Float ต่ำเพียง 20% เขาเปิดเผยว่าตระกูลเตชะไชยวงศ์ จะตัดขายหุ้นออกมาประมาณ 10% (ประมาณ 40 ล้านหุ้น) ส่วนจะชวนพันธมิตรร่วมขายด้วยหรือไม่ คงต้องคุยกันก่อน ส่วนจะขายช่วงเวลาไหนต้องรอดูความเหมาะสมและราคาหุ้นในกระดาน

“อย่าถามผมเลยว่า ควรขายที่ราคาเท่าไร(ผม)ถึงจะได้กำไร ผมอยากให้มองที่เจตนา (แก้ปัญหาสภาพคล่อง) น่าจะดีกว่า” เพราะการขายหุ้นครั้งนี้เหมือนดาบสองคม มองได้ 2 มุมทั้งดีและร้าย

แม้ไม่ใช่เซียนหุ้นแต่ ณรงค์ เตชะไชยวงศ์ ก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ติดตามตลาดหุ้นมาตลอด เขาประเมินว่า หากเสื้อแดงไม่สร้างความรุนแรง SET Index ปีนี้ คงยืนได้ที่ระดับ 800 จุด ส่วนตัวชอบลงทุนหุ้นบูลชิพ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน และสื่อสาร พอร์ตการลงทุนไม่ได้ใหญ่โตมากมาย แต่เห็นว่าลงทุนผ่านตลาดหุ้นเงินปันผลดีกว่าฝากแบงก์เป็นไหนๆ สำหรับหุ้น IFEC ของณรงค์ปีนี้จ่ายปันผลหุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นผลตอบแทนมากกว่า 8%

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  ยูเนี่ยน อินทราโก้ UIC หุ้นเติบโตตัวใหม่

One thought on “IFEC อินเตอร์ ฟาร์อีสท์

  1. หุ้นแอบชอบ IFEC หุ้นเล็กกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวนี้ช่างดูน่าสนใจอย่างแปลกๆ เพราะเห็นแรงรับ 1.18 บาทมานาน ใครเข้ามากระตุกนิดเดียวมีโอกาสวิ่งเปี้ยวได้เลยราคาหุ้นยังต่ำทั้งในเชิง PE และ Book value แถมกราฟตั้งรูปโค้งกระทะหงายเป้าหมายการเด้งตัวเด็กแนวว่าอย่างขำๆ ก็ต้อง 1.40 บาท ชาวหุ้นแอบชอบ หากสงสัยลองแอบซื้อกันดู ของงี้อาจจะดีก็ได้ใครจะไปรู้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *