ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

IHL องอาจ ดำรงสกุลวงษ์ การันตีไม่สะเทือนบัลลังก์ ในวันที่ไร้ “ซูมิโตโม” ถือหุ้น

หัวเรือใหญ่บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL “องอาจ ดำรงสกุลวงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการ ออกโรงแจงหลังกลุ่มซูมิโตโมถอนตัวขายคืนสัดส่วน 20% ไม่กระทบธุรกิจ พร้อมการันตียังเป็นคู่ค้าที่ดี ส่วนผลประกอบการปี 53 ส่งสัญญาณโตโดดเด่น ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ขณะที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาสช่วง ศก.ทรุด ปรับปรุงกระบวนการผลิต-บริหารจัดการภายใน ใหม่ หนุน Gross Profit Margin โตกระโดด

-ทำไม จึงตัดสินใจซื้อหุ้น IHL ต่อจากกลุ่มซูมิโตโม
เพราะเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรกเลยว่า ถ้าซูมิโตโมจะขาย ต้องขายหุ้นให้ผมเป็นรายแรก แต่ถ้าซูมิโตโมจะไปขายให้กลุ่มอื่น ต้องได้รับความเห็นชอบจากเราด้วย เป็นข้อตกลงกันไว้ ซึ่งซูมิโตโมยังคงยึดถือไว้ ขายให้ผมตามข้อตกลง โดยราคาหุ้นที่กำหนดขายให้ 3.80 บาท ก็เป็นไปตามข้อตกลง ถึงแม้ว่าตอนนี้ราคาหุ้นในกระดานจะสูงกว่า 3.80 บาท แต่เขาก็ยังรักษาข้อตกลงตรงนี้ไว้

-กลุ่ม ซูมิโตโมขายหุ้น IHL ออกไปมีความขัดแย้งกันภายในหรือเปล่า
ไม่มีความขัดแย้ง แต่ที่ซูมิโตโมขายหุ้น IHL เพราะเป็นนโยบายจากการปรับแผนการลงทุนของบริษัทแม่ซูมิโตโม ส่วนอินเตอร์ไฮด์เองพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างอินเตอร์ไฮด์กับซูมิโตโม ไว้ตลอด แต่ผลจาก Crisis ในช่วงที่ผ่านมาทุกคนดูแล้วว่าอุตสาหกรรมยานยนต์? 3 ปีถึงจะฟื้น ตอนนั้นก็เป็นการดีลเมื่อปี 2009 ประมาณไตรมาสแรกของปี 09 ทางซูมิโตโมก็ปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ โดยจะขายหุ้นในกลุ่มนี้ออก แต่การดีลซูมิโตโมก็แฟร์ให้ไทม์เฟรมไว้ปีหนึ่ง มาสิ้นสุดดีลก็ไตรมาสหนึ่งของปี 10 ซึ่งหากขาดเกินอะไรก็คุยกันได้ ถามว่าปัจจุบันซูมิโตโมยังเป็นกันเองไหม ยังเป็นกันเอง มีอะไร ให้เขาช่วยเหลือเขาก็เต็มที่ ไม่ได้มีอะไรที่มาเป็นข้อกำหนดว่า หลังจากขายหุ้นออกแล้วไม่ช่วยเหลืออะไร แต่ยังคงช่วยเหลือกันได้ตลอด

-ขา ดกลุ่มซูมิโตโมไป IHL ได้รับผลกระทบอะไรไหม
ผลกระทบโดยภาพรวมๆ คิดว่าไม่มี ในเรื่องของ Management? ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะว่าซูมิโตโมยังคงช่วยเหลือเหมือนเดิม ยังไม่มีสัญญาณที่บอกว่าไปแล้วจบ? อีกอย่างทีมผมก็เป็นคนบริหารงานอยู่แล้ว ส่วนซูมิโตโมนั้นเข้ามาช่วยเสริมในบางจุดเท่านั้น ไม่ได้เข้ามาในส่วนของการบริหารหลัก ในขณะเดียวกันการขยายตลาดไปยังต่างประเทศก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะปัจจุบันความน่าเชื่อถือของอินเตอร์ไฮด์ การส่งมอบงาน เรื่องของคุณภาพ ลูกค้าให้การยอมรับในตัวบริษัทดีอยู่แล้ว
-เรื่อง การขยายตลาดของ IHL ในอนาคตจะทำเองหรือกลุ่มซูมิโตโมยังคงให้ความช่วยเหลืออยู่
โดยปกติเขามีข่าวสารต่างๆ หรือ Information ซูมิโตโมก็จะให้หรือบอกอินเตอร์ไฮด์อยู่แล้ว ทุกเรื่องยังคงปกติ เพียงเปลี่ยน Position จากผู้ถือหุ้นมาเป็นคู่ค้ากัน แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่การเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อาจจะยากนิดหนึ่ง เพราะต้องมีคนช่วยเหลือสนับสนุนให้

-มี แผนนำ IHL ออกนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไหม
ไม่มีแผน เพราะผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีการตรวจสอบที่โปร่งใส มีสายงานบัญชีที่ค่อนข้างจะแข็งแรง ทำให้ภาพลักษณ์ดีกว่า ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และลูกค้าให้ความเชื่อถือ จะเห็นได้จากหากบริษัทใดๆ ในค่ายรถยนต์ จะสั่งสินค้า เขาเห็นเราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เขาจะรู้ว่าถ้าเขาสั่งเท่าไรเรามีของแน่ เพราะ 1. มีทุนสำรองเพียงพอ 2. สามารถตรวจสอบได้? ฉะนั้นจึงไม่คิดที่จะออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

-คิด ว่าจะถือหุ้น IHL ส่วนที่ซื้อคืนไปอีกนานแค่ไหน
ผมคิดว่าจะถือของผมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่หากกลับไปดู Record ผมกับคุณชุติมา (คุณชุติมา บุษยโภคะ ตำแหน่งกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน IHL และ เป็นภรรยาของคุณองอาจ ) 2 คน ตั้งแต่เข้าตลาดวันแรก กระทั่งวันนี้ยังไม่เคยขายหุ้นออกแม้กระทั่งหุ้นเดียว แม้จะติดไซเรนต์พีเรียด หรือไม่ติดไซเรนต์พีเรียดอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นกฎเกณฑ์ผมไม่เคยขายแม้แต่ ครั้งเดียว ส่วนหุ้นที่ผมซื้อจากกลุ่มซูมิโตโมมาในราคาทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ที่ 3.80 บาท ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำ ขอยืนยันว่าผมคงไม่ขายหุ้นอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่อินเตอร์ไฮด์เข้าตลาดหุ้นมายังไม่เคยขายหุ้นเลยแม้แต่หุ้นเดียว อีกทั้งธุรกิจของอินเตอร์ไฮด์กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโต หลังพบสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทด้วย ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะซื้อหุ้นมาขายในราคาที่ต่ำ

-ความ สัมพันธ์ในอนาคตหากเป็นคู่ค้ากัน ทั้ง IHL และซูมิโตโมจะเป็นคู่ค้ากันในลักษณะไหน
ผมว่าถ้าหากอินเตอร์ไฮด์ร้องขอความช่วยเหลือใดๆ? และในทุกเรื่องที่ซูมิโตโมมีคำตอบ เขาคงจะยินดีที่จะช่วยเหลือทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าขายหุ้นออกไปแล้วจะไม่มาดูแลอินเตอร์ไฮด์ สายสัมพันธ์ยังคงดีอยู่ แต่ต่อไปนี้เราคือผู้ถือหุ้นใหญ่? เป็นฝ่ายบริหารมืออาชีพ สิ่งใดๆ ก็แล้วแต่ ที่ทำแล้วสร้างกำไร และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ อย่างยั่งยืนในอนาคตเราก็จะทำ เพื่อนำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน

-เห็น บอกว่ามีการคุยกับพันธมิตรรายอื่นที่สนใจเข้ามาลงทุนต่อจากกลุ่มซูมิโตโม ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
คือถามว่ามีคุยไหม มีคุย แต่ว่าไม่ได้ซีเรียสในการต้องไปดีล คือผมยังเชื่อว่าผู้บริหารชุดเดิม สามารถนำพาบริษัทให้เติบโตได้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันบริษัทเองก็ Growth เองได้เหมือนกัน ฉะนั้นจึงคิดว่าคงยังไม่ต้องไปดีลหรือหาพันธมิตรเพิ่ม เพราะเรื่องรถยนต์ถ้าหาพันธมิตรที่ไม่ใช่ค่ายรถยนต์ก็ไม่อยากได้

-พันธมิตร ที่ต้องการจำเป็นต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
อย่างน้อยๆ ต้องเรื่องเทคนิค มาร์เก็ตติ้ง เรื่องการขยายตลาดไปยังโซนอื่น ที่เรายังไม่ได้ทำ เช่นโซนยุโรป เพราะยังไม่ได้เข้าไปในในตลาดนั้นเลย ซึ่งคนที่สนใจอินเตอร์ไฮด์ก็มี แต่ถามว่าซีเรียสไหม ก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะลึกๆ มีความรู้สึกว่าอยู่แบบนี้ก็ได้

-ถ้า IHL อยู่โดยไม่มีพันธมิตรคาดหวังการเติบโตปีละกี่เปอร์เซ็นต์
ถ้าเป็นพันธมิตรที่ทำธุรกิจเดียวกัน ก็หวังว่าจะเติบโตมากขึ้นกว่าตลาดที่อินเตอร์ไฮด์เติบโตอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ้าถามว่าปีต่อปีอินเตอร์ไฮด์เติบโต Growth ดีไหม อย่างน้อยที่สุดอินเตอร์ไฮด์ก็เติบโตไปกับอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือดีกว่าภาพของอินเตอร์ไฮด์จริงๆ ไม่ได้ทำให้ค่ายรถยนต์ค่ายเดียว อินเตอร์ไฮด์ทำทุกค่ายรถยนต์ ฉะนั้นการ Growth ของค่ายรถยนต์ สมมติยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมยานยนต์โตขึ้น 30% ปีนี้ตัวของอินเตอร์ไฮด์อาจจะโตมากกว่า 30% เนื่องจากมีลูกค้าที่หลากหลายค่ายรถยนต์ ปัจจุบันรถที่ประกอบในเมืองไทยตกประมาณล้านสี่แสนคัน

– ปีที่ผ่านมายอดขายรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคัน ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเบาะหนังรถยนต์อยู่ที่เท่าไร
ใน 1.2 ล้านคัน เป็นรถกระบะครึ่งหนึ่ง? ที่เหลืออีกประมาณ 6 แสนคัน เป็นรถค่ายยุโรป 5% จะเป็นอื่นๆ อีกประมาณ 3% และเศษที่เหลืออีก 42% เป็นรถญี่ปุ่น ซึ่งจาก 42% ครึ่งหนึ่งเป็นโตโยต้า กินมาร์เก็ตแชร์ไปครึ่งหนึ่ง อันนี้พูดถึงรถเก๋ง ในครึ่งหนึ่ง คือ ประมาณ 3 แสนคัน รถ 3 แสนคันในปี 09 ที่ผ่านมา อินเตอร์ไฮด์ทำธุรกิจมียอดขายประมาณ 1,200 ล้าน เท่ากับประมาณแสนสองหมื่นคัน มาร์เก็ตแชร์ก็อยู่ประมาณ 30% ของรถเก๋ง ถ้าแสนสองหมื่นคันไปเทียบมวลรวมเพิ่งจะ 10% เอง ถามว่ายังโตได้อีกไหม อินเตอร์ไฮด์ยังโตได้อีก ตลาดในเมืองไทยอินเตอร์ไฮด์ยังคงโตได้อีกมาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  บิ๊กโคล่า เติบโตก้าวกระโดด

-แนว โน้มการเติบโตของ Gross Profit Margin? เป็นอย่างไรบ้าง
แนวโน้มดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา หลังจากที่เราหันมาพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายใน กันใหม่ โดยเฉพาะในกระบวนการผลิต ทำให้พนักงานรู้จักหนังมากขึ้น การปรับผู้รับผิดชอบ การ Set ขององค์กร การถ่ายทอดความรู้? การ? Management ภายในองค์กรค่อนข้างจะดี โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งเริ่มส่งผลดีในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ส่วนราคาหนังที่ถูกลงก็มีส่วนช่วย แต่ไม่ถึงกับมากมาย ฉะนั้นการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการในองค์กรใหม่ มีการบริหารจัดการภายในที่ดี ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานลดลง ก็มาส่งผลดีในไตรมาส 1 ปีนี้ ซึ่งช่วยผลักดันให้ Gross Profit Margin ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

-ราคา หนังที่ต้นทุนต่ำมีการสต็อกไว้เยอะไหม
สต็อกหนังที่ราคาต่ำ สามารถรองรับได้จนถึงสิ้นปีนี้

-ประเมิน ภาพธุรกิจในปีนี้ไว้อย่างไรบ้าง
โดยส่วนตัวประเมินว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ ครั้งที่ตอนพีคตัวขึ้นก็ Peak ตัวขึ้นประมาณ 7 – 10 ปี ถ้ากลับไปดูประมาณปี 34 หรือปี 35 ก็ลง แล้วก็ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปี 44 หรือปี 45 ประมาณ 10 ปี แล้วก็มา Crisis มีปัญหาค่าเงินบาท ฉะนั้นจึงกล้าพูดได้เลยว่าเหมือนกับ Patterns เลย 10 ปีโดนครั้ง ตอนนี้ก็กำลังจะเริ่มขึ้น เบาะหนังยังคงเป็นที่นิยมในเมืองไทยมาก ส่วนธุรกิจของอินเตอร์ไฮด์โตเหนือธุรกิจยานยนต์ เพราะว่าเราทำให้กับทุกค่ายรถยนต์ นอกจากนี้อุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมๆ แล้ว หลังจากมีการตกลงมาตอน Crisis ใน เอเชียก็มีการชะลอตัวบ้างในระดับหนึ่งซึ่งรับได้ แต่ตอนนี้ เอเชียฟื้น ทั่วเอเชียเลย ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย แม้แต่ไทยก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาตลอด ทำให้ธุรกิจของบริษัทเองได้รับประโยชน์จากตรงนี้ อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมีออร์เดอร์เข้ามามากกว่าช่วงก่อน Crisis อีก

-ใน ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่เท่าไหร่
เติบโต 30% จากปีที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มของกำไรขั้นต้นคาดว่าคงเติบโตดีกว่าปีก่อนเช่นกัน เพราะธุรกิจยานยนต์ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องมาจากไตรมาส 4 ในปีที่ผ่านมา ทำให้มีคำสั่งผลิตสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวทำให้มีเวลาในการปรับปรุงการ บริหารงานภายในองค์กรให้ดีขึ้น

-ปี นี้การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มฟื้นตัว กำลังการผลิตที่ IHL มีอยู่เพียงพอสำหรับรองรับการเติบโตไหมหรือต้องลงทุนอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมบ้าง
ตอนนี้อินเตอร์ไฮด์ใช้กำลังการผลิตประมาณ 80-100% เต็ม ปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้เพิ่มโอทีเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยทางบริษัทฯได้กำลังพิจรณาเรื่องแผนการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตอยู่”

-ในปีนี้มี แผนจะขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ไหม
ไม่มีครับ.. เพราะลูกค้าเท่าที่มีอยู่ก็รับไม่ไหวแล้ว คือ มีหลากหลายมากพอแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศ เป็นค่ายรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ส่วนเป้าหมายต่อจากนี้ไปก็จะเป็นการเจาะลูกค้ากลุ่มยุโรป ไปอเมริกา

-การ เมืองในประเทศถือว่าเป็นความเสี่ยงไหม
ผมว่าบ้านเราเริ่มชินแล้ว เสื้อแดง เสื้อเหลือง อุตสาหกรรมเรื่องเศรษฐกิจจะกระทบมากกว่า

-ทิศ ทางราคาวัตถุดิบเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้เพิ่งจะขึ้นไปที่จุดเดิมแล้วจะทยอยไหลลง ไปที่จุดเดิมก่อนที่จะเกิด Crisis ซึ่งเป็น Commodity Product อเมริกาอาจจะไม่แพงถึงยุโรป ออสเตรเลียก็ถูก

-ปัญหา และอุปสรรคที่คิดว่าจะเกิดหรือมีผลกระทบกับ IHL ในปีนี้มีอะไรบ้าง
ปัญหาและอุปสรรคโดยหลักๆ น่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ขายเหรียญเท่าไหร่เอาเหรียญไปจ่ายเลย จ่ายเคมีภัณฑ์ จ่ายวัตถุดิบหลักเลย ขายได้เงินเหรียญสหรัฐก็เอาเงินเหรียญไปจ่ายเลย โดยไม่ฟอร์เวิร์ด ป้องกันความเสี่ยง ได้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น

-ปี ที่แล้วมีขาดทุนหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนไหม
มีบ้างนิดหน่อย ส่วนราคาน้ำมันหรือพลังงานไม่กระทบ ส่วนต้นทุนหลักๆ ของอินเตอร์ไฮด์คือวัตถุดิบเป็น 60% ของต้นทุนรวมทั้งหมด

-กลยุทธ์ ในการมัดใจลูกค้าเก่าและเพิ่มลูกค้าใหม่มีอะไรบ้าง
จริงๆ อุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งที่ต้องใส่ใจมาก คือ เรื่องของคุณภาพ ส่วนใส่ใจอันดับสอง คือ เรื่องของการจัดส่ง 2 เรื่องนี้บริษัทมีแผนกหนึ่งที่รับผิดชอบเลย มีแผนก QA รับผิดชอบ

-จะ ได้รับประโยชน์จากอีโคคาร์อย่างไรบ้าง
ในเรื่องของอีโคคาร์ ซึ่งเห็นโปรเจกต์นี้มาหลายปีแล้ว สิ่งที่มองกับสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะไม่สัมพันธ์กัน ทุกค่ายรถยนต์กำลังเร่งที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานรถเล็ก คือ อีโคคาร์ที่รถประมาณ 1200 ซี.ซี. ถึง 1900 ซี.ซี. ข้อกำหนดของรัฐบาลบอกว่า 25 กิโลต่อลิตร แน่นอนที่สุด อีโคคาร์ลองนึกภาพตาม ปัจจุบันรถราคา 1 ล้านบาท ล้านต้นๆ ล้านกลางๆ และรถที่วิ่งมากที่สุด คือ รถประมาณ 7 – 8 แสนปลายๆ ปัจจุบันรถพวกนี้ขายเยอะมาก ซึ่งบริษัทเป็นรายหนึ่งที่ทำเบาะหนังให้กับอีโคคาร์ ฉะนั้นรายได้จากอีโคคาร์ของอินเตอร์ไฮด์ ควรคำนึงถึงปีหน้า และปี 2012 เป็นสาระสำคัญ เพราะว่าปี 2011 และ 2012 ฐานผลิตของอีโคคาร์ อาจจะไม่ใช่โมเดลของค่ายรถยนต์เพียงค่ายเดียว แต่อาจจะเป็นสองค่าย ทุกค่ายรถกำลังเตรียมจะทำอีโคคาร์ ซึ่งจะเห็นว่าอีโคคาร์ของนิสสัน มียอดจอง ณ. ปัจจุบันคือ 4,000 คัน ในยอดผลิตแค่ 1,000 กว่าคัน นั้นหมายความว่าอีโคคาร์ของนิสสันประสบความสำเร็จมากมาย

-สุด ท้ายฝากอะไรถึงผู้ถือหุ้น IHL
ฝากบริษัท ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีในการทำธุรกิจ ในสายอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังฟื้นตัว ส่วนสาระสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับการขายหุ้นของกลุ่มซูมิโตโม ขอชี้แจงว่าเป็นสัญญากันมาตั้งแต่หลายปีแล้ว ซึ่งซูมิโตโมทำตามสัญญากับอินเตอร์ไฮด์? ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งหุ้นที่ผมได้รับซื้อเข้ามาอีก 20% นั้น ผมมองไม่เห็นข้อกำหนดที่จะต้องขายหุ้นเหล่านั้นออกมา จนกระทั่งปัจจุบันผมยังคงถือหุ้นเหมือนเดิม แม้กระทั่งหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผมก็ไม่เคยขายหุ้นออก ที่รับหุ้นเข้ามา 20% ก็ไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกแม้แต่หุ้นเดียว สุดท้ายนี้ผมคิดว่า Performance ของบริษัทน่าจะมาในทิศทางที่ถูกต้อง หลายอย่างเติบโตมาในทิศทางที่ดี การทำกำไรของบริษัทอยู่ในขั้นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก ฉะนั้นขอฝากหุ้นของอินเตอร์ไฮด์ ไว้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  SGP สยามแก๊ส ปี 2553 โต 15%

By : อาภรณ์ สุภาพ
eFinanceThai.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *