ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

N-PARK แนเชอรัล พาร์ค อนาคตบน ‘เส้นยาแดง’ อยู่-ตาย เท่ากัน

‘แนเชอรัล พาร์ค’ ใกล้จุดตัดสิน ชะตาผู้ติดหุ้น 10,087 ราย ถูกแขวนบนบัลลังก์ศาลอุทธรณ์ที่จะพิพากษาในอีก 4 เดือน รอดหรือตายมีเพียงเส้นบางๆกั้น

ในยุคฟองสบู่ราคาหุ้น N-PARK เคยทะยานขึ้นไป 9.65 บาท มีมาร์เก็ตแคปกว่า 7 หมื่นล้านบาท วันนี้ราคาหุ้นเหลือ 0.02 บาท มาร์เก็ตแคป 935 ล้านบาท บางคนยังมองว่าแพงเกินไปด้วยซ้ำ เพราะอนาคตของแนเชอรัล พาร์ค ยังอยู่บนเส้นยาแดง “อยู่” หรือ “ตาย” เท่ากัน

อาจกล่าวได้ว่าวันนี้ เสริมสิน สมะลาภา ประธานกรรมการบริหาร บมจ.แนเชอรัล พาร์ค จะอยู่อย่าง “เสือ” ก็ไม่ได้ จะตายอย่าง “สุนัข” ก็ยังไม่ได้ ผู้ถือหุ้น 10,087 ราย (ณ 8 เมษายน 2553) ที่เหมือน “ถูกหลอก” อยู่ตลอดเวลาเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวเกือบจะทุกปีของวันประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

แม้ปีนี้การประชุมผู้ถือหุ้นจะไม่ดุเดือด แต่ผู้ถือหุ้นก็ยังคงรอคอยความหวังเหมือนทุกปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 เอ็นพาร์คยังคงมีภาระหนี้สินจากผลของคดีความในอดีตจำนวน 1,140.30 ล้านบาท ที่ตามหลอกหลอน ประกอบด้วย 1) คดีธนาคารสินเอเซีย 741.40 ล้านบาท 2) คดีบริษัท บริหารสินทรัพย์ สาทร จำกัด 212.69 ล้านบาท 3) ธนาคารนครธน โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้สวมสิทธิ 130.45 ล้านบาท และ 4) คดีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ บง.ธนนคร 55.75 ล้านบาท ปัจจุบันคดีความดังกล่าวอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
นอกจากนี้เอ็นพาร์คยังมีคดีอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ได้แก่ คดีกับเจ้าหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ 251.49 ล้านบาท คดีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของ บงล.มหานครทรัสต์ 93.35 ล้านบาท คดีกับบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด 135.31 ล้านบาท และคดีอื่นๆ อีก 51.35 ล้านบาท รวมที่บริษัทต้องตั้งวงเงินสำรองรวม 1,680.57 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ ผู้บริหารพยายามจะให้ความหวังโดยย้ำถึงความเป็นไปได้ถึงแนวทาง “รอด” จาก “ไอซียู” เสริมสิน สมะลาภา เขาคือผู้ บริหารที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับอาการเมาหมัดจากพายุหนี้ในอดีต แต่ยังคงชงยาหวานรักษาแผลฟกช้ำภายในของผู้ถือหุ้นอย่างไม่ลดละ

“คาดว่าภายใน 3-4 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นจุดพลิกผันครั้งสำคัญของบริษัท เพราะจะเริ่มรู้คำพิพากษาที่ได้ยื่นอุทธรณ์ไป การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้หากบริษัทชนะคดี โดยเฉพาะคดีธนาคารสินเอเซียก็จะนำมาเป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นๆ ได้ ที่สำคัญถ้าชนะคดีจะมีกลุ่มทุนต่างประเทศที่สนใจเข้ามาลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น ใหญ่ ที่ผ่านมาได้มีการเจรจากันแล้วรอเพียงให้คดีความชัดเจน แต่หากศาลตัดสินให้บริษัทแพ้คดี ก็จะเดินหน้าเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ต่อไป โดยจะดำเนินการให้จบภายในปีนี้ เชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ” เสริมสินให้ความหวัง

สาระสำคัญอยู่ที่คดีก้อนใหญ่ 1,680 ล้านบาท เนื้อหาของการต่อสู้ เอ็นพาร์คยื่นคำร้องต่อศาลเฉพาะมูลหนี้เก่าตั้งแต่สมัยปี 2540 ซึ่งตอนนั้นยังมีทรัพย์สินเพียง 200 ล้านบาท เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะจ่ายหนี้คืนไม่เกิน 200 ล้านบาท แต่ถ้าคำตัดสินให้จ่ายทั้งหมด 1,680 ล้านบาท บริษัทก็จะยื่นขอประนอมหนี้ทันที

ส่วนคดีกับ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำนวน 200 ล้านบาท จบแล้ว หนี้ธนาคารนครหลวงไทยก็จบแล้ว ส่วนที่ยังติดค้างกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารขยายระยะเวลาชำระหนี้คืน 2 ปี เอ็นพาร์คต้องขายที่ดินย่านบางกระเจ้าเนื้อที่กว่า 260 ไร่เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้กับธนาคารกรุงไทย ที่ผ่านมาได้นำที่ดินดังกล่าวออกขายแต่มีผู้เสนอราคาเพียง 550 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคาประเมินกว่า 600 ล้านบาท เสริมสิน บอกว่า ไม่ยอมตัดขายราคาขาดทุนแน่นอน

“ที่ผ่านมาผมพยายามไม่ให้ส่วนทุนต้องติดลบมาตลอดเพราะจะต้องเข้าสู่ขบวน การฟื้นฟูกิจการ ปีที่ผ่านมาเราสามารถทำให้ส่วนของทุนเพิ่มขึ้น 68 ล้านบาทได้สำเร็จ”

เสริมสิน ยังอธิบายถึงการตัดสินใจขายโครงการ โนโวเทล บีช รีสอร์ท พันวา ภูเก็ต ให้ บริษัท ต้นวาสนา เป็นเพราะทางนั้นได้ยื่นข้อเสนอที่จะรับผิดชอบมูลหนี้ที่เหลือ 870 ล้านบาท ของเลแมนบราเดอร์สไปทั้งหมด กรรมการบริษัทคิดว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดแม้โครงการนี้จะมีอนาคตแต่ตอนนี้ ยังไม่สามารถหาเงินมาลงทุนต่อได้ อีกทั้งยังได้ราคาที่สมเหตุผล

ส่วนเงินจำนวน 230 ล้านบาท ที่เป็นกำไรหลังหักลบหนี้จากการขายโครงการดังกล่าวบางส่วนได้นำไปเพิ่มทุน ให้กับโครงการโรงแรมสยามเคมปินสกี้ และเคมปินสกี้ เรสซิเดนซ์สยาม หลังห้างสยามพารากอน ส่วนที่เหลือจะนำไปบันทึกเป็นกำไรในไตรมาสหนึ่งปีนี้

“ตอนนี้ผมเลือกที่จะขายที่ดินออกไปก่อนเพราะขายยากกว่าหุ้นเยอะ หุ้นจะขายวันไหนก็ได้ซึ่งเราก็รอดูจังหวะที่ราคาดีๆ ที่ผ่านมาเราทยอยขาย SIRI-W1 ไปบ้างแล้วที่ราคา 0.90 บาท ส่วนโครงการโรงแรมอามันรีสอร์ทริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือโครงการร้อยชักสาม จะไม่ขายแน่นอน (มีข่าวว่าเจ้าสัวเจริญขอซื้อ) แม้ปัจจุบันยังไม่สามารถพัฒนาต่อได้ เนื่องจากเป็นทำเลที่ดึงดูดชาวต่างชาติได้”

เสริมสิน แจงต่อว่า โครงการโรงแรมสยามเคมปินสกี้และเคมปินสกี้ เรสซิเดนซ์สยาม มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท ที่เอ็นพาร์คถือหุ้น 35% ร่วมกับทุนลดาวัลย์และกลุ่มทุนจากประเทศบาห์เรนได้ดำเนินการก่อสร้างไป 99% แล้ว และมีกำหนดที่จะเปิดเร็วๆ นี้

?ถ้าเรื่องคดีความต่างๆ ยุติลงได้เราจะมีพันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบริษัทเพื่อเพิ่มความเข้ม แข็งและน่าจะมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทด้วย?

เสริมสิน กล่าวว่าตนเองรู้สึกเสียใจที่ทำให้มีผู้ติดหุ้น N-PARK มากมายขนาดนี้ ส่วนตัวเองก็ขาดทุนไปกับหุ้นตัวนี้นับร้อยล้านบาทเช่นกัน แต่ตอนนี้บริษัทกำลังจะมองเห็นทางรอดแล้ว ขอให้อดทนอีกไม่เกิน 3-4 เดือน น่าจะมองเห็นทางแล้วว่าจะเดินหน้าไปทางไหน

“ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว แม้ต้องตัดแขนเพื่อรักษาชีวิต สาเหตุที่หุ้นเราตกมาตลอดเป็นเพราะคดีเก่าทั้งนั้น ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นผู้ชนะในที่สุด” เสริมสิน สมะลาภา ชายผู้ลงจาก หลังเสือไม่ได้กล่าวปิดท้าย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  EGCO Group ผ่าทางตัน

BangkokBizNews

One thought on “N-PARK แนเชอรัล พาร์ค อนาคตบน ‘เส้นยาแดง’ อยู่-ตาย เท่ากัน

  1. เพื่อนผมติดที่ 11 บาทจริงๆนะ เขาบอกว่าเก็บไว้เป็นที่ระลึก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *