ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

PRIN บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2543 ด้วยทุน
จดทะเบียนเริ่มต้น 5 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทหมู่บ้านจัดสรร และประเภทอาคารชุดพักอาศัย บริษัทได้รับรางวัลแบบบ้านดีเด่น ?Award of Merit? ในปี 2544 และปี 2547 จากงาน PCBC (Pacific Coast Builders Conference) ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังได้รับรางวัลชมเชย และรางวัลระดับดี?โครงการบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงาน ปี 2550 และปี 2551? ตามลำดับ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ?ณ? วันที่ ?31 ธันวาคม? 2552 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,005 ล้านบาทและทุนเรียกชำระแล้ว 1,005 ล้านบาท

บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ?บริษัท? และบริษัท ปริญเวนเจอร์ จำกัด ?บริษัทย่อย? ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทหมู่บ้านจัดสรร และประเภทอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้พัฒนาโครงการและเป็นเจ้าของโครงการ โดยเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวความคิด ?The Art of Family Living? ในปี 2552 บริษัทมีสัดส่วนการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทหมู่บ้านจัดสรรร้อยละ 87.88 ของรายได้รวม ปัจจุบันถือได้ว่าบริษัทเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับ และความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างสูง ภายใต้แบรนด์ ?ปริญสิริ? ไม่ว่าจะเป็น ด้านทำเลที่ตั้งโครงการที่ดี ด้านผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม และด้านบริการหลังการขายที่ดี บริษัทได้มีการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เช่น การออกแบบรูปแบบโครงการ ผังโครงการ รูปแบบบ้าน ประโยชน์ใช้สอย ทำเลที่ตั้งโครงการ การคัดสรรวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่โครงการ การนำเทคโนโลยีการก่อสร้างแบบใหม่ เช่น การสร้างบ้านแบบอุโมงค์ (Tunnel formwork) การนำระบบ Pre-fabrication ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง โดยจะลดเวลาการสร้างที่อยู่อาศัยให้สั้นลง และควบคุมคุณภาพได้ดีมากขึ้น? อันจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เป็นต้น

บริษัท ปริญเวนเจอร์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรร โดยเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท และบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบริษัท ในสัดส่วนร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับ ทั้งนี้ บริษัท และปริญเวนเจอร์ มีนโยบายในการดำเนินงานที่แยกกันอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะมีประเภทของผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกันก็ตาม ซึ่งที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการของบริษัทนั้น บริษัทจะเป็นผู้จัดหาและตัดสินใจในการซื้อที่ดินเอง ส่วนที่ดินที่นำมาพัฒนาโครงการของปริญเวนเจอร์จะมาจากการจัดหาของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) โดยจะต้องนำมาเสนอเพื่อตัดสินใจในการซื้อที่ดินร่วมกันกับบริษัท บริษัทจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ ดำเนินการก่อสร้าง และรับผิดชอบด้านการขายให้แก่ปริญเวนเจอร์ โดยมีค่าตอบแทนในการดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งโครงการของบริษัท และปริญเวนเจอร์จะใช้ชื่อของโครงการในแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันอีกด้วย

บริษัท โกร โยธา กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และจำหน่ายวัสดุก่อสร้างประเภท ปูนซีเมนต์ สี เหล็ก และไม้ เป็นต้น โดยให้บริการ และจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท และผู้รับเหมาก่อสร้างของบริษัทเป็นส่วนใหญ่ ในปี 2552 บริษัท โกร โยธา กรุ๊ป จำกัด มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง ประมาณร้อยละ 70.21 และร้อยละ 29.79 ตามลำดับ

บริษัท ซีเอ็น เอสพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2550 เพื่อประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่รอการพัฒนา เช่น การซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าและการลงทุน? เพื่อแสวงหากำไรจากการเพิ่มค่าของอสังหาริมทรัพย์? การให้เช่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงรายได้จากการให้บริการ หรือบริหารโรงแรมสถานบริการที่พักตากอากาศและที่พักอาศัย เป็นต้น โดยจะเป็นบริษัทที่สร้างรายได้ที่ไม่ได้มาจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เช่น ค่าเช่า ให้กับบริษัท? สำหรับในปี 2552 บริษัท ซีเอ็น เอสพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังไม่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจ

บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ส่วนใหญ่จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยใน ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552 บริษัทและบริษัทย่อยมีสัดส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์คิดร้อยละ 96.65 ร้อยละ 98.39 และ ร้อยละ 99.18 ของรายได้รวม ตามลำดับ โดยในปี 2550 บริษัทมีรายได้จากการขายบ้านเดี่ยว และบ้านแฝดมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 50.62 และในปี 2551 เป็นรายได้จากทาวน์เฮาส์และโฮมออฟฟิศมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 48.24 ของรายได้รวม สำหรับในปี 2552 บริษัทมีรายได้จากการขายบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม เป็นสัดส่วนร้อยละ 26.04 และ 25.34 ตามลำดับ

ในส่วนของอาคารชุดพักอาศัย (Condominium) ในปี 2550 บริษัทไม่มีรายได้จากการขายอาคารชุดเนื่องจากว่ายังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง? จำนวน 5 โครงการ ในปี 2551 บริษัทมีรายได้จากการขายอาคารชุด เดอะพัลซ์ คอนโดมิเนียม ซอยลาดพร้าว 44 จำนวน 2.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ .05 ของรายได้รวมปี 2551 สำหรับ ปี 2552 เป็นปีที่บริษัทมีรายได้จากการขายอาคารชุด จำนวน 1,709 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.75 ของรายได้รวม โดยในปี2552 นี้ เป็นปีที่บริษัทมียอดรายได้จากอาคารชุดพักอาศัยสูงกว่า บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม เนื่องจากว่า บริษัทได้มียอดการโอนจาก โครงการเดอะคอมพลีท ราชปรารถ และ โครงการ เดอะไพร์ด พัทยาสาย2 โดยทั้งสองโครงการมีมูลค่ารวมกว่า 1,700 ล้านบาท

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  KASET บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน)

บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างประเภท ปูนซีเมนต์ สี เหล็ก และไม้ เป็นต้น โดยในปี 2550 ปี 2551 และ ปี 2552มีสัดส่วนการขายสินค้าร้อยละ 2.36 ร้อยละ 0.59 และ ร้อยละ 0.41 ของรายได้รวมตามลำดับ

ในปี 2552 บริษัทมีรายได้พิเศษจากการขายที่ดินที่บริษัทยังไม่มีแผนพัฒนาในระยะเวลาอันใกล้มูลค่า 555.63 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 11.29 ของรายได้รวม สำหรับรายได้อื่น ?ส่วนใหญ่มาจากเงินค่าจองบ้านที่ลูกค้าที่ไม่มาทำสัญญาเมื่อถึงกำหนดเวลา ค่างวดผ่อนชำระที่ลูกค้าชำระมาระยะหนึ่งแล้วหยุดชำระโดยไม่มาติดต่อบริษัท และค่าปรับงานก่อสร้างล่าช้าจากผู้รับเหมาของบริษัท

เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

จากการมุ่งเน้นความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย รวมทั้งการทำให้ได้การยอมรับ และความไว้วางใจจากผู้บริโภคภายใต้ตราสินค้า ?ปริญสิริ? บริษัทจึงมุ่งเน้นการคัดเลือกที่ดินในทำเลที่ดีมีความ
โดดเด่น การพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบโครงการ แบบบ้าน และคุณภาพของงานก่อสร้าง รวมไปถึงการคัดสรรวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานก่อสร้างที่มีคุณภาพดีเหมาะสมในแต่ละโครงการ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่ดีอีกด้วย บริษัทมีเป้าหมายในการขยายโครงการในอนาคต โดยยังคงเน้นการพัฒนาโครงการประเภทหมู่บ้านจัดสรร และโครงการประเภทอาคารชุดพักอาศัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงและครอบคลุมลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง

ในด้านการตลาดบริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างการรับรู้ในตราสินค้า ?ปริญสิริ? (Brand Awareness) ให้มากขึ้น โดยเน้นให้ผู้บริโภครับรู้ถึง บ้านของปริญสิริที่เป็นคำว่า ?บ้าน? อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของครอบครัว และความอบอุ่น ภายใต้แนวความคิด ?The Art of Family Living? โดยผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ป้ายโฆษณา แผ่นพับ เป็นต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างความต้องการของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *