ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

ROBINS โรบินสัน Growth Stock สามปีจากนี้

วันนี้เรา ‘สวย’ แบบไม่ต้องเสริมความงาม ถ้ามีโอกาสก็รีบเก็บ(หุ้น)นะ เพราะในระยะยาวโรบินสันจะมั่นคงมาก สัญญาณจาก “ปรีชา เอกคุณากูล”

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2553-2554) ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) อยู่ในกระแสนิยมของนักลงทุนกลุ่ม “แวลูอินเวสเตอร์” เคียงคู่ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) นั่นเพราะบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลทั้งสองแห่งนี้อยู่ในธุรกิจค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) ที่ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงของการเติบโต และลักษณะธุรกิจค่อนข้างมั่นคง แต่ทว่าราคาหุ้น ROBINS และ CPN ก็ซื้อขายบนค่า P/E และ P/BV ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างมาก อีกทั้งได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลต่ำเพียง 1-2% ?

แม้หลายคนจะมองว่าราคาหุ้นโรบินสันซื้อขายที่ “ราคาพรีเมียม” (ค่อนข้างสูง) ในสถานการณ์ขณะนี้ที่มีหุ้นราคาถูกให้เลือกซื้อเป็นจำนวนมาก แต่การตกต่ำของ SET Index รอบนี้หุ้นโรบินสันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าราคาปรับตัวลดลงน้อยกว่าหุ้นตัวอื่น เพราะนักลงทุนมองว่าธุรกิจค้าปลีกได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกค่อนข้างจำกัด และได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล

นอกจากนี้นักลงทุนยังค่อนข้างเชื่อมือผู้บริหาร ปรีชา เอกคุณากูล ที่สร้างผลงานค่อนข้างโดดเด่นมาโดยตลอด เขาเคยเป็นผู้บริหาร บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ แต่ที่สร้างชื่อให้ปรีชามากที่สุดก็คือการปั้นแบรนด์ B2S จนติดตลาด จนผู้นำกลุ่มเซ็ลทรัลต้องเรียกตัวมาปั้นแบรนด์โรบินสันเมื่อปี 2546 ซึ่งขณะนั้นสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก จากรายได้รวม 8,817 ล้านบาท ผ่านไป 7 ปี ณ สิ้นปี 2553 รายได้โรบินสันกระโดดขึ้นเป็นปีละ 16,693 ล้านบาท? เติบโตขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว เป็นผลงานของปรีชาเต็มๆ โดยเฉพาะการเอา “สินค้าจีน” มาผะยี่ห้อของโรบินสันเอง

มาดภายนอกที่ดูนุ่มๆ แต่การทำงานค่อนข้างเฮียบ!! ปรีชากำลังตั้งหน้าตั้งตาปั้นแบรนด์ ROBINS ภายใต้แนวคิด ?โรบินสันใส่สีสันใหม่ให้กับชีวิต? ด้วยการมุ่งมั่นสร้างผลประกอบการให้ขยายตัวต่อเนื่องทุกปี? ศิษย์เก่าวิศวะเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า วันนี้หุ้น ROBINS ได้เปลี่ยนสถานะจากหุ้น ?อนุรักษนิยม? เป็น ?หุ้นเติบโต? (Growth Stock) อย่างเต็มตัวแล้ว

ได้ข้อมูลจากปรีชาว่าตอนนี้มีผู้จัดการกองทุนทั้ง “หัวดำ-หัวทอง” แวะเวียนมา “จีบ” (ขอซื้อหุ้น) จนหัวกระไดบ้านไม่แห้ง เหตุผลก็เพราะแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2555-2557) โรบินสันจะมีผลประกอบการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

กรรมการผู้จัดการใหญ่ห้างโรบินสัน บอกต่อว่า ถึงแม้จะมีกองทุนแวะเวียนมาคุยมาขอซื้อหุ้นแต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ (กลุ่มเซ็นทรัล) ยังไม่มีนโยบายขายหุ้น และไม่มีแม้แต่แผนจะขายหุ้นเพิ่มทุน เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเซ็นทรัลเน้นถือระยะยาว ส่วนโรบินสันก็ยังไม่มีแผนที่จะใช้เงินมากมาย ใครอยากได้หุ้น? ROBINS ก็คงต้องไปไล่เก็บในกระดานเอง

“วันนี้เรา ‘สวย’ แบบไม่ต้องเสริมความงาม..ถ้ามีโอกาสก็รีบเก็บนะ (ปรีชาส่งสัญญาณ) เพราะในระยะยาวเราจะมั่นคงมาก เท่าที่ผมเดินสายโรดโชว์แผนธุรกิจมาตั้งแต่ต้นปี 2553 โดยเฉพาะในแถบยุโรป ฮ่องกง และสิงคโปร์ นักลงทุนหลายรายชอบหุ้นเรา คิดดูหนี้ก็ไม่มี ปัจจุบันอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ณ เดือนตุลาคม 2554 ต่ำ เพียง 0.4 เท่า แถมยัง ‘รวย’ มีเงินสดติดตัวตั้ง 3,000 ล้านบาท ถือเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมมาก” เจ้าตัวคุยให้ฟัง

คุยซะขนาดนี้..ก็ถามตรงๆ ว่าผู้บริหารมองหุ้นโรบินสันเหมาะสมอยู่ที่ระดับใด เจ้าตัวรีบอ้อมตอบว่าไม่ค่อยสันทัดเรื่องหุ้นเท่าไร ตัวเองยังลงทุนเพียงกองทุนรวมหุ้นอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนทองคำผลตอบแทนแค่ 2-3% เท่านั้น…”ผมเป็นพวกรับความเสี่ยงได้ระดับปานกลาง..แต่เชื่อเถอะว่าโอกาสที่หุ้นเราจะไปต่อมีแน่!”

หนึ่งในผลงานที่ผู้บริหารรายนี้ภูมิใจ หุ้น ROBINS ได้เลื่อนดิวิชั่นจาก SET100 ขึ้นไป SET50 เรียบร้อยแล้ว ด้วยขนาดมาร์เก็ตแคปสูงกว่า 37,000 ล้านบาท (ณ 30 มิ.ย.2554 มีสินทรัพย์รวมแค่ 12,000 ล้านบาท)

เอ็มดีใหญ่ เปิดฉากเล่าแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2555-2557) ให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้โรบินสันตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่า ผลประกอบการต้องขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10% แต่วันนี้โรบินสันมีเป้าหมายใหม่แล้ว “รายได้” และ “กำไร” ต้องเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% เท่ากับว่าในปี 2557 จะมียอดขายแตะ 27,000 ล้านบาท เทียบกับปี 2553 ที่มีรายได้เพียง 16,693 ล้านบาท

“ผมเชื่อว่า ‘ไม่พลาดเป้า’ เพราะวันนี้สถานการณ์รอบตัวดีขึ้นมาก เมื่อก่อนเราไม่สามารถขยายสาขาได้อะไรๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง (ทุนยังไม่มาก) ตอนนี้ฐานะการเงินเราดีมาก สามารถลงทุนเปิดสาขาใหม่ได้สบายมาก โดยภายในปี 2557 โรบินสันจะมีสาขาครบ 40 สาขา จากนี้จะเปิดเฉลี่ยปีละ 4-5 สาขา มูลค่าลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 500 ล้านบาท ตอนนี้ผมกำลังศึกษาตามหัวเมืองใหญ่ๆ ประมาณ 20 แห่ง เราจะเน้นจับตลาด ‘กลาง-บน’ เป็นหลัก”

ในเบื้องต้นปี 2555 จะเปิด 5 สาขา ไตรมาส 1 ปี 2555 จะเปิดสาขาสุพรรณบุรี? ไตรมาส 2 สาขาบางนา และบางแค ไตรมาส 3 สาขาสุราษฎร์ธานี และไตรมาส 4? เปิดสาขากาญจนบุรี สาขาต่างจังหวัดที่จะเข้าไปไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม

ถามว่าอะไรคือจุดเด่นของโรบินสัน ปรีชา กล่าวว่า สินค้าส่วนใหญ่เน้นแฟชั่นทันสมัย ตอนนี้พยายามทำสินค้า Private Brand มากขึ้น วางจำหน่ายเฉพาะที่ห้างโรบินสันเท่านั้น (Only @ Robinson) เช่น เครื่องครัวและเครื่องนอน แฟชั่น เสื้อผ้าสตรี รองเท้า กระเป๋าสตรี เครื่องประดับสตรี เครื่องแต่งกายชาย และสินค้าเด็ก ฯลฯ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  บิ๊กโคล่า เติบโตก้าวกระโดด

“เราวางแผนว่าในปี 2555 จะขายสินค้า Private Brand เพิ่มเป็น 10% จาก 7-8% ในปี 2554 สินค้าแบรนด์ของตัวเองจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง 40-50% ถ้ารับสินค้าจากซัพพลายเออร์มาขายจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเพียง 20-30% การหันมาเน้นตรงนี้จะช่วยผลักดันให้กำไรขั้นต้นของโรบินสันเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 0.2-0.3% บางปีพุ่งไปถึง 0.4%”? เขากล่าว
ผู้บริหารเบอร์หนึ่งโรบินสัน บอกว่า ทุกวันนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็แฮปปี้กับธุรกิจของโรบินสันเพราะเขาได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอ ที่ผ่านมาก็จ่ายเกินนโยบาย 40% ของกำไรสุทธิมาตลอด เฉลี่ยจ่ายเงินปันผลปีละ 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และเล็ก ก็พอใจทุกราย

“บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้ถือหุ้นใหญ่เขาก็โอเคกับสิ่งที่เราทำตลอด ปล่อยให้ผมบริหารงานอย่างอิสระ อะไรที่คิดว่าดีเขาให้ทำเลย ที่สำคัญยังเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการทำงาน ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบขนส่ง ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายงานของโรบินสันลดลงราวๆ 1% ของยอดขาย ถือว่าได้ประโยชน์สูงสุดด้วยกันทั้งคู่”

สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้ (2554) ปรีชา กล่าวว่า โรบินสันได้ปรับเป้ารายได้เติบโตจาก 12% เป็น 15% ล่าสุดได้ปรับใหม่เป็นขยายตัว 18% เมื่อเทียบกับปี 2553 ในส่วนของกำไรสุทธิก็คงเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยครึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้แล้ว 9,078 ล้านบาท กำไรสุทธิ 774 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิ 8.53%

สาเหตุที่ปีนี้รายได้จะเติบโตขึ้นจากเป้าหมายเนื่องจากโรบินสันได้เปิดสาขาใหม่ 3 สาขา ที่เชียงราย พิษณุโลก และพระราม 9? ถึงสิ้นปี 2554 โรบินสันจะมีสาขาทั้งสิ้น 25 สาขา ในส่วนของสาขาพระราม 9 จะเปิดร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยจะย้ายมาจากโรบินสัน สาขารัชดา ที่กำลังจะหมดสัญญาเช่าในปี 2555

ผู้บริหารโรบินสัน กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวยังมีมุมมองต่อ SET Index ปีนี้ ในแง่ดี แม้ภาคการเงินยุโรปจะมีปัญหา เพราะเศรษฐกิจในประเทศยังดี ที่สำคัญรัฐบาลก็ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ดังนั้นในระยะยาวก็น่าจะดีต่อเนื่อง และห้างโรบินสันก็จะได้รับผลดีตามไปด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *