ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

RPC บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) (?บริษัทฯ?) ก่อตั้งในปี 2538 โดยนักธุรกิจคนไทยที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมี โดยการร่วมทุนกับบริษัท เพทโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด เพื่อดำเนินการแปรสภาพคอนเดนเสทเรสซิดิว (CR) เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่มีคุณภาพ ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเตา และเคมีภัณฑ์ เพื่อค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งคอนเดนเสทเรสซิดิว (CR) เป็นวัตถุดิบผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตของ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์ และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR) และนอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ? สรุปได้ดังนี้
พ.ศ. 2540
  • ก่อสร้างโรงกลั่นแล้วเสร็จในเดือนกันยายน
พ.ศ. 2541
  • เช่าคลังน้ำมัน เพื่อเก็บผลิตภัณฑ์ที่อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ
พ.ศ. 2542
  • เปิดสถานีบริการน้ำมันเพียวแห่งแรกที่ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 202 จังหวัดนครสวรรค์ และเริ่มจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์
 
  • บริษัทฯ ได้เริ่มนำระบบควบคุมคุณภาพ ISO 9002 มาใช้ในส่วนโรงกลั่น
พ.ศ. 2543
  • บริษัทฯ ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9002 จาก Bureau Veritas Quality International (BVQI) ในส่วนกระบวนการผลิต
 
  • เช่าคลังน้ำมันสาธุประดิษฐ์ และคลังน้ำมันธนบุรี เพื่อลดข้อจำกัดที่บริษัทฯ ไม่มีท่าเทียบเรือเป็นของตนเอง ในการที่จะค้าขายกับต่างประเทศ
?พ.ศ. 2544
  • ส่งออกเคมีภัณฑ์ไปยังนานกิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
 
  • เปิดสถานีบริการน้ำมันเพียวแห่งที่ 2 บริเวณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
 
  • เปิดดำเนินการคลังน้ำมันที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาเพื่อรองรับการขยายตัว และให้บริการลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2545
  • ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย จาก 3 หน่วยงานได้แก่ OHSAS 18001, BS 8800 และ TIS 18001
 
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 150 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท
 
  • เปิดสถานีบริการน้ำมันเพียวในรูปแบบที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการเองแห่งที่ 3 บริเวณ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
 
  • เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท โยธินปิโตรเลียม จำกัด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก
 
  • ขยายกำลังการผลิตจาก 12,600 บาร์เรลต่อวันเป็น 17,000 บาร์เรลต่อวัน
พ.ศ. 2546
  • เช่าคลังน้ำมันจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นฐานในการส่งออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ? ของบริษัทฯ โดยยกเลิกการเช่าคลังน้ำมันธนบุรี และคลังน้ำมันสาธุประดิษฐ์
 
  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001
 
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 336.40 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3.364 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ชำระค่าหุ้นเต็มมูลค่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2546
 
  • จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 415.55 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 83.11 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 336.40 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 67.28 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท
 
  • เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน จำนวน 15.83 ล้านหุ้น โดยเปิดให้จองซื้อเมื่อวันที่ ???12 – 14 พฤศจิกายน 2546
 
  • จดทะเบียนเพิ่มทุน จำนวนเงิน 79.15 ล้านบาท จากทุนชำระแล้วจำนวน 336.40 ล้านบาทเป็นทุนชำระแล้วจำนวน 415.55 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 83.11 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.00 บาท เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2546
 
  • หุ้นบริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) (RPC) เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 เป็นวันแรก
 
  • ดำเนินการเปลี่ยนการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9002 จาก VERSION 1994 เป็น ISO 9001 VERSION 2000 เรียบร้อย
พ.ศ. 2547
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2547 จากราคาหุ้นละ 5.00 บาท เป็นราคาหุ้นละ 1.00 บาท ทุนจดทะเบียน 415.55 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 415.55 ล้านหุ้น
 
  • หุ้นของบริษัทฯ ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในราคามูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2547
 
  • 27 กรกฎาคม 2547? ก่อตั้งบริษัท อาร์พีซี เอเซีย จำกัด (RAC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานทดแทน
 
  • 15 เมษายน 2547 เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน VTN-P Petrochemical Joint Venture Co., Ltd. (VTN-P) เป็นร้อยละ 60 ซึ่ง VTN-P ดำเนินธุรกิจโรงงานปิโตรเลียมปิโตรเคมี ประเทศเวียดนาม
พ.ศ. 2548
  • 7 มกราคม 2548 เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน บริษัท เอสซีที ปิโตรเลียม จำกัด (SCT)เป็นร้อยละ 99.99 ซึ่ง SCT ดำเนินธุรกิจค้าส่งน้ำมันหรือตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอิสระ
 
  • จดทะเบียนเพิ่มทุนจำนวนเงิน 8.49 ล้านบาทจาก 415.55 ล้านบาทเป็น 424.04 ล้านบาทเป็นทุนชำระแล้ว 415.55 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ เพื่อรองรับการใช้สิทธิ 8.49 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาทเมื่อ 18 เมษายน 2548
 
  • 8 ธันวาคม 2548 ชำระทุนเพิ่มจาก 415.55 ล้านบาท เป็น 418.37 ล้านบาท จากการ Exercise ESOP ครั้งที่ 1/3 โดยมีทุนจดทะเบียน 424.04 ล้านบาท
พ.ศ. 2549
  • 31 มีนาคม 2549 บริษัท โยธินปิโตรเลียม จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC)
  • 31 มีนาคม 2549 จดทะเบียนเพิ่มทุน จาก 424.04 ล้านบาท เป็น 530.04 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 106.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อจ่ายเป็นเงินปันผลจำนวน 104.59 ล้านหุ้น และเพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิตามโครงการ ESOP ครั้งที่ 1 ที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายหุ้นปันผลจำนวน 1.41 ล้านหุ้น
  • เดือนพฤษภาคม บริษัทฯ ได้ร่วมกับบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท จำกัด (PSDC) ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 51
  • ในเดือนพฤศจิกายน 2549 บริษัทฯ ได้รับเงินเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 3.29 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 3.294 ล้านบาท ทำให้ทุนที่ออกและชำระแล้วของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 526.26 ล้านบาท
  • ดำเนินการทดสอบ โรงกลั่น VTN-P ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 13 ? 28 กุมภาพันธ์ 2549
  • ขยายสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดจาก 32 แห่ง เป็น 56? แห่ง
พ.ศ. 2550
  • ? บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดศูนย์การค้าเพียวเพลส บนถนนรังสิต-คลอง 2 เมื่อวันที่? 8 มิถุนายน 2550
  • ? บริษัท อาร์พีซี เอเชีย จำกัด บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 99.99 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด? (PBC) และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท
  • ? บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด (PBC) ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลา 8 ปี
  • ? บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) (RPC) และ บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด (PBC) ได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จำนวน 400 ล้านบาท จาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในการลงทุน และก่อสร้างโครงการผลิตไบโอดีเซล ขนาดกำลังการผลิต ?100,000 ตันต่อปี
  • ? พฤศจิกายน 2550 บริษัทฯ ได้รับเงินเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 3.6 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.00 บาท รวมเป็นเงิน 3.6 ล้านบาท ทำให้ทุนที่ออกและชำระแล้วของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 529.87 ล้านบาท
  • ? ขยายสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดจาก 56 แห่ง เป็น 72? แห่ง
พ.ศ. 2551
  • ? บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เอสซีที สหภัณฑ์ จำกัด (SAP) จำนวน 15,300 หุ้นๆ ละ 100 บาท? คิดเป็นร้อยละ 51 ในเดือนมกราคม 2551 จากกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารของบริษัทฯ
  • ? บริษัท เอสซีที สหภัณฑ์ จำกัด (SAP)ได้มีการเพิ่มทุนจำนวน 20,000 หุ้นๆ ละ 100 บาท เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2551
  • ? บริษัทฯ ได้ซื้อคืนหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวน 46,706,900 ?หุ้น มูลค่า 220,549,808 บาท ราคาทุนเฉลี่ยหุ้นละ 4.72 บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 8.81 ของจำนวนหุ้นที่บริษัทฯ ออก ในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์? ถึง 31 กรกฎาคม 2551
    • ? บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด (PBC) ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากกรมธุรกิจ

พลังงานในเดือนสิงหาคม 2551

  • ? VTN-P ได้ชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 2.9 ล้านเหรียญให้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออก Exim Bank
  • ? ขยายสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดจาก? 72 แห่ง เป็น 74 แห่ง
พ.ศ. 2552
  • ? VTN-P ได้จดทะเบียนชำระบัญชีบัญชีแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2552
  • ? เดือนกุมภาพันธ์ 2552 บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 225 ล้านบาท
  • ? เดือนกันยายน 2552 บริษัท เพียวไบโอดีเซล จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 280 ล้านบาท
  • ? เดือนตุลาคม 2552 บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับนักลงทุนชาวฮ่องกง ?ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทร่วมทุนและไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน จัดตั้ง Thai Good Petroleum Co., Ltd โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอัตราร้อยละ 31.67 ของทุนจดทะเบียน 300,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง ในประเทศจีน ฮ่องกง และมาเก๊า
พ.ศ. 2553
  • ? เดือนมกราคม 2553 บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (PTEC) ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 140 ล้านบาท
  • ? เดือนมีนาคม 2553 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 273 ล้านหุ้น ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 802.87 ล้านหุ้น ส่วนที่เพิ่มทุน บริษัทฯ เตรียมไว้สำหรับการเสนอขายโดยการออกใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญของบริษัทฯ (TDR) ในสาธารณรัฐไต้หวัน
  • ? เดือนมีนาคม 2553 บริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้จำหน่ายหุ้นสามัญที่ซื้อคืน (Treasury Stock) จำนวน 46,706,900 หุ้น โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณากำหนดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรร
  • ? เดือนเมษายน 2553 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท เอสซีทีซี สหภัณฑ์ จำกัด (SAP) จากบริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด (บริษัทย่อย) จำนวน ?25,500 หุ้นๆ ละ 110 บาท คิดเป็นร้อยละ 51 เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ และได้ชำระทุนจดทะเบียนเพิ่มอีก 150,000 หุ้นๆ ละ 100 บาท โดยผู้ถือหุ้นเดิมอื่นสละสิทธิ์ จึงทำให้สัดส่วนการลงทุนของบริษัทฯ เพิ่มเป็นร้อยละ 78 ส่วนหุ้นที่เหลือ ถือโดยกรรมการบริษัทฯ 3 ท่าน รวมร้อยละ 8.60 ผู้บริหารบริษัทฯ 2 ท่านถือหุ้นร้อยละ 5.20 และกรรมการบริษัทย่อย 3 ท่าน ถือหุ้นรวมร้อยละ 4.70 นายระบิล พรพัฒน์กุล ถือหุ้นร้อยละ 4.20 และนายประสิทธิ์ ธีรรัตน์บงกช ถือหุ้นร้อยละ 1.50
  • ? เดือนสิงหาคม 2553 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้ร่วมทุนจัดตั้งบริษัท อาร์พีซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด โดยบริษัทฯ ร่วมกับบริษัท พลังงานทดแทน จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 70.00 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 125 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจพลังงานทดแทน
  • ? เดือนกันยายน 2553 บริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญที่ซื้อคืน (Treasury Stock) จำนวน 46,706,900 ?หุ้นต่อประชาชนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2554 และวันที่ 27-28 กันยายน 2554 ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.55 บาท
เรื่องที่คุณอาจสนใจ  CK บริษัท ช.การช่าง

บริษัทฯ ดำเนินการกลั่น คอนเดนเสทเรสซิดิว (CR) ซึ่งเป็นวัตถุดิบผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตของบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์ และการกลั่น จำกัด (มหาชน) (PTTAR) เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่มีคุณภาพ ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเตา และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ โรงกลั่นของบริษัทฯ มีกำลังผลิตสูงสุด 17,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 80 ล้านลิตรต่อเดือน อีกทั้งยังมีการจัดหาน้ำมันเบนซินออกเทน 91 น้ำมันเบนซินออกเทน 95 แก๊สโซฮอล 95?? และแก๊สโซฮอล 91 จากโรงกลั่นอื่นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ ได้บริหารคลังน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ คลังน้ำมันระยอง คลังน้ำมันนครสวรรค์ คลังน้ำมันโคราช และคลังน้ำมันจุกเสม็ด เพื่ออำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า

 

 

One thought on “RPC บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน)

  1. วันที่/เวลา 08 ก.พ. 2555 07:25:00
    **************************************************

    ตามที่บริษัทฯ ได้แจ้ง ว่า บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ได้หยุดส่งวัตถุดิบให้แก่บริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1
    กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาข้อ 15.5 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า

    ในขณะที่เรื่องยังอยู่ระหว่างกระบวนการอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไป
    จนกว่าจะมีผลการพิจารณาชี้ขาดจากคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
    และได้แจ้งว่า บริษัทฯ สามารถดำเนินการผลิตได้อีกระยะหนึ่งตามปริมาณวัตถุดิบที่คงเหลืออยู่นั้น

    บัดนี้ได้ใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปในการผลิตแล้ว บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการผลิตลง
    (Total Plant Shutdown) อย่างไม่มีกำหนดเวลา ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป
    โดยทำการหยุดการผลิตอย่างปลอดภัยตามขั้นตอน และมาตรฐานสากลทุกประการ และจะได้บำรุงรักษาเครื่องจักรต่างๆ
    ให้อยู่ในสภาพพร้อมนำไปใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยเร็วต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ
    ยังคงมีสต๊อกน้ำมันสำเร็จรูปที่สามารถจำหน่ายได้อีกระยะเวลาหนึ่ง และหากมีความคืบหน้าประการใด
    จะเรียนให้ทราบต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *