ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

วิเคราะห์หุ้น SMC บริษัท เอสเอ็มซี มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์ http://www.smcpcl.co.th

นายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ ประธานกรรมการ
นายพันธ์นิวัติ ศรีไกรวิน กรรมการผู้จัดการ

บริษัท เอสเอ็มซี มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนการขายและบริการหลังการขาย (Authorized dealer) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อวอลโว่?? ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี รถยนต์ยี่ห้อมาสด้าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพัทยา? และเป็นผู้นำเข้า (Importer) รถจักรยานยนต์ยี่ห้อสตาเลี่ยนในพื้นที่กรุงเทพ ฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดทั่วประเทศ

ในปัจจุบัน? กลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วย บริษัทแม่คือ บริษัท เอสเอ็มซี มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีหน่วยธุรกิจอิสระรวมทั้งสิ้น 3 หน่วยธุรกิจ วอลโว่ มาสด้า และ สตาเลี่ยน ซึ่งประกอบด้วย 7 สำนักงานสาขา ได้แก่ 3 สำนักงานสาขาที่ดำเนินธุรกิจรถยนต์วอลโว่ 2 สำนักงานสาขาที่ดำเนินธุรกิจรถยนต์มาสด้า 1 สำนักงานสาขาที่ดำเนินธุรกิจจักรยานรถยนต์ และ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (สาขาบางนา) กลุ่มบริษัทฯ ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม 1 บริษัท และที่ไม่ได้ดำเนินกิจการอีก 6 บริษัท รวมถึงบริษัทร่วม 1 บริษัทคือ บ. สแกนดิเนเวียลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

บทบาทหลักของกลุ่มบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาจะครอบคลุมธุรกิจรถยนต์อย่างครบวงจร ซึ่งรวมถึงการจำหน่ายรถยนต์ การบริการหลังการขาย การจัดหาประกัน การจัดหาสินเชื่อหรือลีสซิ่ง การให้บริการซ่อมสีและตัวถัง โดยตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทางการเงินในปี 2540 บริษัทฯ ได้บริหารงานภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินและการธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยให้บริการด้านการขายและหลังการขายสำหรับรถยนต์วอลโว่เพียงยี่ห้อเดียว แต่เมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และผู้บริหารครั้งใหญ่ในปลายปี 2547 บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยได้พยามสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้หลากหลายมากขึ้น

บริษัทฯ ได้เล็งเห็นว่าตลาดที่สำคัญที่มีส่วนผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยขยายตัวตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา คือ ตลาดรถปิคอัพ บริษัทฯ จึงได้เริ่มเข้าไปดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการขายและหลังการขาย ในแบรนด์รถยนต์ที่มีสินค้าตรงกับความต้องการของตลาดในประเทศ อาทิ ฟอร์ด มาสด้า และนิสสัน เพื่อเพิ่มรายได้ และพยามควบคุมค่าใช้จ่ายให้น้อยลง แต่ในปีที่ผ่านมาบริษัทก็ยังคงประสบผลขาดทุนอยู่? บริษัทฯ จึงได้พิจารณาหยุดดำเนินงานในส่วนธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ อาทิ ฟอร์ด และนิสสัน

ในปี 2551 เนื่องจากราคาน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปรับไปสู่จุดสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ที่ราคาประมาณ 140 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บาร์เรล ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้ประสบกับภาวะตกต่ำของยอดขายต่อเนื่อง โดยยอดขายตลาดรถยนต์โดยรวมในประเทศปรับตัวลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ตลาดรถปิกอัพมียอดขายลดลง 18 % ในส่วนของบริษัทซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นั่งหรูยี่ห้อวอลโว่ในประเทศไทยมียอดขายรถลดลงเกือบ 60% ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตกต่ำโดยรวมของตลาดรถยนต์ยี่ห้อนี้ในประเทศไทย ที่มียอดขายทั่วประเทศลดลงจากประมาณ 850 คัน เหลือ 430 คัน หรือลดลง 97.6% เหตุผลดังกล่าวข้างต้นทำให้บริษัทตัดสินใจยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ในประเทศไทย ในวันที่ 31 ธันวาคม 2551

สำหรับในส่วนยอดขายรถยนต์มาสด้ามีการปรับลดลงจาก 898 คัน เหลือ 523 คัน หรือลดลง 71% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดรถประเภทนี้ที่มียอดขายลดลง 18% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นมากตลอดปี 2551 รวมถึงสถาบันการเงินเพิ่มความเข็มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อรถใหม่ออกไป อย่างไรก็ดี ในปี 2551 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถรักษาอันดับที่ 1 ของการเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายสูงสุดในต่างจังหวัด และอันดับที่ 2 ทั่วประเทศของรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าไว้ได้

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังมีคงมุ่งมั่นที่จะสรรหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเข้ามาสร้างรายได้ให้มากขึ้น จึงวางแผนขยายธุรกิจไปสู่งานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อเป็นการสนับสนุนกิจการของเหล่าทัพทั้งในและนอกประเทศ?? ?โดยมุ่งเน้นด้านการซ่อมสร้างยานรบและยุทโธปกรณ์ภาคพื้นดินเป็นหลัก

สรุปข้อมูลหลักทรัพย์ของบริษัท

ก) หุ้นสามัญ : บริษัทมีทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท เป็นทุนเรียกชำระแล้วจำนวน 2,355.56 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 235,556,388 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท

ข) หุ้นกู้ : บริษัทได้ออกหุ้นกู้ประเภทไม่มีหลักประกันเป็นจำนวนเงิน 88.8 ล้านบาท (มูลค่าหุ้นกู้ที่ตราไว้หุ้นละ 2,000 บาท จำนวน 44,424 หุ้น) มีอายุ 8 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 หุ้นกู้ดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี โดยจะชำระทุกๆ วันที่ 29 พฤศจิกายน ของทุกปี

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2551 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2551 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทขยายระยะเวลาการไถ่ถอนออกไปอีก 3 ปี (ครบกำหนดชำระวันที่ 28 พฤศจิกายน 2553) โดยขอไถ่ถอนหุ้นกู้คืนบางส่วนคิดเป็นจำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนหุ้นกู้ทั้งหมด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีจะชำระทุกๆวันที่ 28 พฤศจิกายน ของทุกปี และดอกเบี้ยค้างชำระสำหรับงวด 29 พฤศจิกายน 2549 ถึง 28 พฤศจิกายน 2550 จะจ่ายคืนพร้อมกับหุ้นกู้ที่ไถ่ถอนบางส่วนในวันที่ 11 เมษายน 2551 ดังนั้นเมื่อไถ่ถอนหุ้นกู้บางส่วนแล้ว หุ้นกู้ที่เหลือจำนวน 70.80 ล้านบาทครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2553

โครงสร้างรายได้

1. ขายรถยนต์ใหม่ 70%
2. ขายรถเก่า 4%
3. ขายอะไหล่ 18%

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  MK บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)

ข่าวคราวของ SMC ทั้งหมด

3 thoughts on “วิเคราะห์หุ้น SMC บริษัท เอสเอ็มซี มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน)

  1. SMC ขึ้นแรงผิดมนุษย์มนาสวนตลาดรวมที่รูดทราช ว่าไปแล้วจะคาดการทิศทางของหุ้นตัวนี้ก็ยากเพราะยกตัวแรงมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ก็ต้องมาตีประเด็นกันว่าหุ้นโดยธรรมชาติถ้าจะขึ้นแบบเนียะต้องมีเรื่องจูงใจเป็นสำคัญ แต่เช็คข่าวแล้วก็หาอะไรเป็นเนื้อเป็นหนังไม่ได้ หาใครวิเคราะห์ข่าวหรือจับกระแสไม่ได้ นอกจากตอบมั่วๆ กันไปว่าขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือไม่ก็เอาเรื่องทำธุรกิจไฟฟ้ามาทำให้ฟังดูดี เพราะเป็นไปได้อยู่ที่บริษัทจะทำธุรกิจพลังงานชีวะมวลซะแล้ว เด็กแนวมาดูงบการเงินแล้วก็ต้องประเมินสถานการณ์ว่ามันมีนัยยะบางอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ประการแรกผลประกอบการ 9 เดือนยังขาดทุนป่นปี้ถึง 23 ล้านบาท แต่มองดูแล้วเป็นการขาดทุนลดลงเท่าตัวจากช่วงเดียวกัน แสดงว่ามีแนวโน้มดีขึ้น ล่ะจับมาเป็นปัจจัยที่มองได้ว่ากำลังจะฟื้นในทางที่ดี ส่วนในงบดุลพบว่ามีขาดดุลสะสมบานตะไท สิ่งที่ทำได้มีไม่กี่อย่างคือลดทุนเพื่อล้างขาดทุนเท่านั้นค๊าบ และอาจต้องลดไปถึง 9 บาท เหลือ 1 บาท เพราะพาร์ 10 บาท จากนั้นคงมีฝรั่งหรือญี่ปุ่นเข้ามาเพิ่มทุนอีกก้อน ในราคาที่สูง ซัก 2 เท่า Book หรือประมาณ 2.50 บาท อันนี้เดาเอานะ เพราะไหนๆ จะทำอะไรแล้วก็ไม่ต้องเม้มหรอก เมื่อเบ็ดเส็จตามนี้ก็จะล้างขาดทุนเกลี้ยง ได้เงินใหม่เข้ามา Book value พุ่งตามกลยุทธ์ปรับฮวงจุ้ยทางการเงิน ดูๆ กันไว้นะ ของเงี้ยะเด็กแนวประเมินทีไรมันเป็นจริงทุ๊กทีอ่ะ มองแนวต้านกราฟฉองบาท

  2. ข้าพเจ้าไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่างบการเงินดังกล่าวไม่ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปจากการสอบทานของข้าพเจ้า

    การรายงานของข้าพเจ้าตามที่กล่าวไว้ในวรรคที่สามยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ข้าพเจ้าขอให้ข้อสังเกตตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ดังนี้
    1.ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 2.1 กลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนอย่างต่อเนื่อง งบกำไรขาดทุนรวมและงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2552 มีผลขาดทุนจำนวน 23.66 ล้านบาท และจำนวน 20.61 ล้านบาท ตามลำดับ งบดุลรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 2,083.22 ล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน จำนวน 5.68 ล้านบาท งบดุลเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 มีผลขาดทุนสะสม จำนวน 2,094.69 ล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน จำนวน 15.20 ล้านบาท นอกจากนี้แล้วในระหว่างไตรมาส 4 ปี 2551 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้หยุดดำเนินธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายของรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ รวมทั้งยังได้ยกเลิกการดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ยกเลิกการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม และในเดือนกันยายน 2552 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้หยุดดำเนินธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายรถยนต์นั่งมาสด้า ทำให้บริษัทฯและบริษัทย่อยมีการยกเลิกธุรกิจหลักทั้งหมดแล้ว และยังไม่มีการดำเนินธุรกิจใด ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาคารชุดบนที่ดิน 2 ไร่ ที่สำนักงานใหญ่ และอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบของการดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน โดยจะร่วมมือกับเกษตรกรในประเทศและบริษัทชั้นนำในยุโรป เพื่อดำเนินธุรกิจผู้ผลิตโรงงานไฟฟ้าขนาดเล็กมาก โดยรูปแบบจะเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชีวภาพและชีวมวล ปัจจัยดังกล่าวแสดงว่ามีความไม่แน่นอนที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัทฯ

    2.ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 3 บริษัทฯ มีการปรับย้อนหลังงบการเงินรวมปี 2551 เกี่ยวกับการแสดงมูลค่าของเงินลงทุนในบริษัทร่วมโดยมีผลที่ต้องปรับเพิ่มเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 32.02 ล้านบาท และลดขาดทุนสะสมต้นงวดปี 2552 จำนวน 32.02 ล้านบาท ข้าพเจ้าพบว่ารายการปรับปรุงดังกล่าวเหมาะสมและได้นำไปปรับปรุงงบการเงินรวมตามควรแล้ว

  3. SMC กลับมาเป็นสัญญาณซื้ออีกรอบสำหรับเจ้ารถวอลโว่ ที่กำลังจะผันตัวเองไปทำพลังงาน และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ไบโอวันงานนี้ต้องจับตากันให้ดีว่าโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้พวกชีวะมวลจะคืบหน้าไปได้ขนาดไหน ที่แน่ๆ ผลประกอบการไตรมาสแรกจะโผล่กำไรให้เห็นจากการขายโชว์รูมให้ MAZDA ไปจำนวนหนึ่ง ส่วนเรื่องสำคัญคงไม่พ้นต้องรอดูว่าจะไปแต่งงานกับใครกันแน่ในการเปิดหอสำหรับร่วมทุนทำพลังงานสร้างอนาคต เพราะมีหลายชาติเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นจีน เยอรมัน หรือญี่ปุ่น น่าตื่นเต้นไม่น้อยว่าถ้าหาคู่ได้แล้วจะย้ายบ้านจากกลุ่มยานยนต์ไปกลุ่มพลังงานหรือไม่ ติ๊กต่อกๆๆๆๆ ส่วนสัญญาณกราฟดูแจ่มสุดๆ มีโอกาสกลับไปแตะ high เดิมแถว 1.6 ไม่ยาก จึงเป็นโอกาสสำหรับนักเก็งหุ้นร้อนที่ชอบเล่นสั้นขยันซอย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *