STAR หุ้นสุขภัณฑ์ ‘ตัวจิ๋ว’ ‘สตาร์ ซานิทารีแวร์’ วันนี้มีดี

ยอดขายปีละ 200 ล้านบาท กำไรปีละ 10-15 ล้านบาท ‘ตระกูลว่องอรุณ’ รับประกันแม้ไซด์จะ ‘จิ๋ว’ แต่ธุรกิจก็ ‘แจ๋ว’ และใกล้มี ‘ทีเด็ด’

จากผลการดำเนินงานย้อนหลังปี 2549-2552 ไม่ค่อยโดดเด่น อีกทั้งธุรกิจมีขนาดเล็กมากส่งผลให้หุ้น บมจ.สตาร์ ซานิทารีแวร์ แทบจะไม่เป็นที่น่าสนใจ และทำให้ราคาปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี (2.88 บาท) ค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารของบริษัทยืนยันว่าหุ้นของตัวเองกำลังจะมี “ทีเด็ด” หากคณะกรรมการ BOI อนุมัติให้บริษัทขยายกำลังการผลิตอีก 6,000 ตันต่อปี มูลค่า 80-90 ล้านบาท เท่ากับว่าฐานะการเงินจะกลับเข้าสู่ขาขึ้นทันที

ก่อนหน้านี้หุ้น STAR มีเคยมีนักเก็งกำไรรายใหญ่แวะเวียนเข้ามาสร้างความหวือหวาอยู่เนื่องๆ หนึ่งในนั้นก็คือ ฉาย บุนนาค และล่าสุดเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2553 ก็มีนักลงทุนรายใหญ่ 2 ราย เข้ามาซื้อบิ๊กล็อต STAR-W ผ่าน บล.คันทรี่ กรุ๊ป ได้แก่ มีศักดิ์ มากบำรุง สัดส่วน 12.63% และ อภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี สัดส่วน 14.5% ขณะที่หุ้นแม่ STAR ก็มีวอลุ่มหนาแน่นอย่างผิดปกติในวันที่ 1 เมษายน และวันที่ 7 เมษายน 2553

จากการสอบถามถึงเหตุผลที่เข้ามาซื้อหุ้น STAR-W มีศักดิ์ มากบำรุง ซึ่งก็เข้าไปถือหุ้นใหญ่ SLC บอกกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek เพียงสั้นๆว่า รู้ว่าอนาคตบริษัทนี้กำลังจะสดใส และหากตัดสินใจแปลงสภาพหุ้น STAR-W เป็นหุ้นสามัญทั้งหมดก็มีแผนจะเข้าไปขอที่นั่งในคณะกรรมการบริษัท ส่วน อภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี ขอไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น

สมชัย ว่องอรุณ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สตาร์ ซานิทารีแวร์ เปิดเผยกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า หุ้น STAR ราคาถูกมาก (เขาลากเสียงยาว) เมื่อเทียบกับข่าวดีที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ยิ่งนำราคาหุ้นตอนนี้ไปเปรียบกับ Book Value และค่า P/E จะเห็นชัดว่าหุ้นยังมีอัพไซด์อีกมาก ใครชอบถือลงทุนระยะยาวรับรองว่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี สูงกว่าฝากแบงก์แน่นอน

“เราเป็นหุ้นส้วม (สุขภัณฑ์) ตัวเดียวในตลาดหุ้นที่ควรค่าแก่การลงทุนเป็นที่สุด” เจ้าของหุ้นเอ่ยปากรับรอง

เขาบอกว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาดในปี 2554 จะเป็นปีที่เหลืองอร่าม (ปีทอง) ของ STAR โดยเฉพาะในแง่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่ามีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 45% เป็น 50% และอาจมีรายได้ขยายตัวมากกว่า 15% (ช่วงปี 2549-2552 มีรายได้เฉลี่ยปีละ 217 ล้านบาท และกำไรสุทธิเฉลี่ยปีละ 10.83 ล้านบาท)

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่ ในแถบยุโรป 3-4 ราย ถ้าบริษัทได้รับงานนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตทันที ตอนนี้อยู่ระหว่างทำเรื่องขอ BOI ขยายกำลังการผลิตอีก 30% หรือประมาณ 6,000 ตันต่อปี คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะยื่นเรื่องให้ BOI พิจารณาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้บริษัทขอเรื่องกลับคืนมาเพราะหวั่นว่าภาวะเศรษฐกิจจะไม่ฟื้นตัว เชื่อว่าไม่เกิน 5 เดือนข้างหน้า BOI จะอนุมัติเพราะบริษัททำถูกต้องทุกขั้นตอน สำหรับเรื่องเงินลงทุนคงเลือกวิธีกู้จากสถาบันการเงินมากกว่าการเพิ่มทุน วันนี้บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.4 เท่า

“หากเราเพิ่มกำลังการผลิตได้สำเร็จ ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ผมเชื่อเหลือเกินว่างบการเงินจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง”

ภารกิจของสตาร์ ซานิทารีแวร์ สมชัย บอกว่า นับจากนี้จะพยายามสร้างรายได้ให้ขยายตัวปีละ 10-15% ภายใต้เป้าหมายสำคัญในปี 2555 ต้องมีรายได้เหนือ 400 ล้านบาท และแบรนด์ STAR ในประเทศไทย มีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มจาก 5% เป็น 8% หลังจากนี้จะให้น้ำหนักกับการสร้างแบรนด์ และออกผลิตภัณฑ์คอลเล็คชั่นใหม่เฉลี่ยปีละ 10 ชุด และจะขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศใหม่ๆ ในแถบแอฟริกาใต้? ตะวันออกกลาง และอินเดีย ฯลฯ ควบคู่ไปกับพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออก 30% และ 70% จำหน่ายภายในประเทศ แต่ภายใน 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนการส่งออก และขายในประเทศจะต้อง “เท่ากัน”

ปัจจุบันเมืองไทยมีผู้ผลิตเครื่องสุขภัณฑ์ 8 ราย กำลังการผลิตเฉลี่ย 160,000 ตันต่อปี หรือประมาณ 13.5 ล้านชิ้นต่อปี ขณะที่อายุการใช้งานเครื่องสุขภัณฑ์เริ่มสั้นลงเฉลี่ย 5-7 ปี หลังผู้บริโภคมองเป็นสินค้ากึ่งแฟชั่น จากสินค้าคงทนถาวร ที่สำคัญอุตสาหกรรมนี้คงไม่มีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามา เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะและความชำนาญสูง

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2553 นี้ ผู้บริหาร STAR ยังมั่นใจว่าตัวเลขที่ออกมาจะต้องดีกว่าปี 2552 แน่นอนรายได้น่าจะขยายตัวได้ 10-15% เพราะธุรกิจของบริษัทแทบไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และปีนี้ คาดว่าจะใช้กำลังการผลิตเพิ่มจาก 7,000 ตันต่อปี เป็นประมาณ 8,000 ตันต่อปี จากกำลังการผลิตทั้งหมด 9,600 ตันต่อปี หลังจากขยายตลาดไปยังโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น และเตรียมจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 20 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและให้ผู้บริโภครู้จักตราสินค้ามากขึ้น

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ในประเทศของ STAR จะปรับราคาเพิ่มขึ้น 5-7% เนื่องจากต้นทุนในการผลิตมีความผันผวนมาก ส่วนสินค้าส่งออกยังคงราคาเดิมเพราะการแข่งขันค่อนข้างสูง อีกแนวทางหนึ่งก็คือออกผลิตภัณฑ์ใหม่จับกลุ่มตลาดบนมากขึ้น ขณะปัจจุบันสินค้าส่วนใหญ่เน้นตลาดระดับกลาง ถ้ามีการผลิตมากขึ้นต้นทุนต่อหน่วยก็จะถูกลง มาร์จินก็จะดีขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นแนวทาง

ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ STAR ให้บทสรุปว่า แม้บริษัทจะมีขนาดเล็กนักลงทุนอาจไม่ค่อยนิยม เพราะคิดว่ามีดีแค่สวยแต่ไร้เสน่ห์ดึงดูด อยากจะบอกว่าถ้าพวกคุณเข้ามาเป็นแฟนพันธุ์แท้หุ้น STAR ในลักษณะถือลงทุนระยะยาว รับรองว่าไม่มีผิดหวัง คุณจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปเงินปันผลต่อเนื่อง แต่ถ้าจะหวังกินกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น อาจต้องถือรอนานหน่อย

One thought on “STAR หุ้นสุขภัณฑ์ ‘ตัวจิ๋ว’ ‘สตาร์ ซานิทารีแวร์’ วันนี้มีดี”

  1. admin says:

    หุ้นแอบชอบ STAR หุ้นกลุ่มวัสดุตกแต่งนั้นตอนนี้ต้องดูกันให้ดี เพราะว่าแต่ละตัววิ่งล่วงหน้ารับผลประกอบการไปแล้ว แต่บางตัวยังวิ่งน้อยเพราะตัวเลขผลประกอบการเจ๋งๆ ยังไม่โชว์ออกมา อย่าง STAR เนียะตอนนี้ยอดส่งออกไปสิงคโปร์กำลังดีมาก และแถบเพื่อนบ้านก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพียบ ที่น่าสนใจคือผลประกอบการน่าจะมีแวว Turnaround สูงกว่าปีก่อน ขณะที่ Book 2.80 บาทและแทบไม่มีหนี้ อย่างนี้ระวังแรงนะขอบอก ใครแอบชอบวันนี้สามารถเล่นสั้นขยันซอย ต้านต่อไป 1.45 บาท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *