ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

STPI บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์ http://www.stpi.co.th

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานกรรมการ
นายมาศถวิน ชาญวีรกูล กรรมการผู้จัดการ

ประวัติความเป็นมา

ปี 2518?????? บริษัทก่อตั้งขึ้นเพื่อการดำเนินธุรกิจผลิตหม้อไอน้ำและภาชนะความดัน โดยเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท

ปี 2533?????? บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 150 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 98? และได้ขยายการดำเนินธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์โครงสร้างเหล็กซึ่งใช้ในการก่อสร้างและติดตั้ง โดยมีกำลังการผลิต 20,000 ตันต่อปีและได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท Sino-Thai Pressure Vessel and Iron Works (STP&I) จำกัด

ปี 2537?????? บริษัทได้ย้ายสถานที่ตั้งไปยังโรงงานใหม่ที่จังหวัดชลบุรีทำให้บริษัทฯ มีกำลังผลิตรวม 30,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ในส่วนของ Zone-2 บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ปี 2538 ????? บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 175 ล้านบาทและมีพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ คือ บริษัท โตโมเอะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด โดยถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 7.14 และ 3.32 ตามลำดับ ซึ่งต่อมาบริษัท โตโมเอะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในปี 2548 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายกำลังการผลิตเป็น 50,000 ตันต่อปี

ปี2539 ?????? บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 250 ล้านบาท และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปี 2544 ????? บริษัทได้เพิ่มการดำเนินการประกอบกิจการผลิต จำหน่าย นำเข้าและส่งออก วัตถุดิบ ท่อ ท่อประปา ถัง ถังบรรจุก๊าซหุงต้ม ถังบรรจุน้ำมัน อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการก่อสร้างทุกชนิด ตลอดจนซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าว รวมทั้งการรับจ้างประกอบเครื่องอบ เครื่องจักร เครื่องกลและชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดและได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท

ปี 2546?????? บริษัทได้ออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันจำนวน 100,000 หุ้น และมีมูลค่าที่ตราไว้ 1,000 บาทต่อหุ้น โดยคิดดอกเบี้ยอัตราคงที่ร้อยละ 5.25 ต่อปี มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน และกำหนดชำระคืนเงินต้น 5 ปี นับจากวันที่ออกหุ้นกู้ โดยได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2546

ปี 2547?????? บริษัทได้ร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท คลัฟ ซิโน-ไทย จำกัด ซึ่งเป็นการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวในสัดส่วน???? ร้อยละ 50 กับ บริษัท คลัฟ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อรองรับการขยายงานด้านรับเหมาก่อสร้างในธุรกิจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต่างๆ และได้จดทะเบียนเลิกกิจการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 โดยขณะนี้เสร็จสิ้นการชำระบัญชีแล้ว

ปี 2549?????? บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มสาขาของบริษัทเพิ่มอีก 1 สาขาเพื่อขยายธุรกิจไปจำหน่ายเครื่องจักรอุปกรณ์ในการก่อสร้างเพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในอนาคต

ปี 2550?????? บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 250 ล้านบาท เป็น 333.50 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 83.50 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิ

ปี 2551?????? บริษัทขยายกำลังการผลิตโดยลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ อ.ศรีราชา ซึ่งมีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปี และสร้างโรงประกอบโรงงานสำเร็จรูป ที่ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อรองรับธุรกิจในอนาคต ซึ่งทั้งสองแห่งบริษัทได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

การประกอบธุรกิจของบริษัท

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจ แปรรูปและติดตั้งผลิตภัณฑ์โครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) งานท่อ (Piping) และผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel Products)

กลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อย และบริษัทร่วม ดังนี้

บริษัทย่อย จำนวน 1 บริษัท คือ

บริษัท เอส ที ไอ ที จำกัด (?STIT?) ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องมือ เครื่องจักรในการก่อสร้างรวมทั้งบริการด้านวิศวกรรม

บริษัทร่วม จำนวน 1 บริษัท คือ Inter-IMC Pte Ltd. ดำเนินธุรกิจก่อสร้างทางด้านประกอบและติดตั้งระบบท่อ ติดตั้งเครื่องจักร โครงสร้างเหล็กของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปในประเทศสิงคโปร์

การประกอบธุรกิจของบริษัท

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) (?บริษัท?)

ประกอบธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก โดยการนำเหล็กรูปพรรณ ท่อเหล็ก และเหล็กแผ่น มาตัดและประกอบตามแบบที่ลูกค้ากำหนด ผลิตและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Structural Steel) ประกอบท่อ (Piping) และ งานประกอบโรงงานสำเร็จรูป (Process Module) สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน ปิโตรเคมี ไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศตามลูกค้ากำหนด โดยกลุ่มลูกค้าหลัก คือ เจ้าของโครงการ และผู้รับเหมาหลัก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  NBC บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท เอส ที ไอ ที จำกัด (?STIT?)

ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 เป็นตัวแทนจำหน่ายและบริการจัดหาสินค้าเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงงานด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท STIT ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการจัดหาสินค้าอีกหลายประเภท ได้แก่ Tower Crane ยี่ห้อ LIEBHERR จากประเทศเยอรมัน Concrete Pump?และ Mortar?Machine??ยี่ห้อ PUTZMEISTER จากประเทศเยอรมัน?Special??High Pressure Cleaner ยี่ห้อ Dyna Jet จากประเทศเยอรมัน???Crane พับติดรถบรรทุกยี่ห้อ ATLAS จากประเทศเยอรมัน เครื่องกำเนิดไอน้ำ ยี่ห้อ IHI จากประเทศญี่ปุ่น เครื่องอัดลม ยี่ห้อ CompAir จากประเทศอังกฤษ เครื่องวางท่อร้อยสายใต้ดินระบบ HDD (Horizontal Directional Drilling) ยี่ห้อ TERRA จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น อีกทั้งยังให้บริการ Slipform Formworks และเป็นตัวแทนจำหน่าย Mast Climbing Platform ยี่ห้อ? Scanclimber และ Genie Industries จากประเทศฟินด์แลนด์และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัท STIT ยังมุ่งเน้นเรื่องการให้บริการด้านวิศวกรรมและบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุดอย่างครบวงจร

 

Inter-IMC Pte Ltd.

บริษัท Inter-IMC Pte Ltd เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีความชำนาญงานก่อสร้างทางด้านประกอบและติดตั้งระบบท่อ ติดตั้งเครื่องจักร โครงสร้างเหล็กของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น โรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานผลิตยา โรงไฟฟ้า โรงบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

 

2 thoughts on “STPI บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)

  1. STPI เห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาหลายวันก็ต้องมีเรื่องเด็ดคือปันผลกระมัง เพราะว่าผลประกอบการปี 52 นั้นช่างโตแรงเหลือเกิน
    โดยกำไรแจ้งมาทั้งสิ้น 1,293 ล้านบาทเทียบกับปีก่อน 991 ล้านบาทและปันผลปีก่อนจ่ายไป 2.40 บาท แต่ปีนี้กำไรบานกว่าเพียบ การจ่ายปันผลก็ต้องดีกว่าจริงอ๊ะป่ะ แต่ถ้าจะให้คิดแบบกันเองก็ลองใช้อัตราการจ่ายปันผลในอัตราเดียวกะปีก่อนคือ 60% ของกำไรสุทธิคิดไปคิดมาก็น่าจะได้ตัวเลข 2.83 บาทโดยประมาณเป็นอย่างน้อยแต่ในเมื่อมีกำไรสะสมเยอะขนาดพันกว่าล้านบาท ก็อาจจะจ่ายเพิ่มขึ้นตามใจปรารถนาได้ ซึ่งคร่าวๆ งวดนี้น่าจะจ่ายเพิ่มเติมหลังจากจ่ายเมื่อกลางปีไปแล้ว 1 บาท โดยคาดว่าน่าจะจ่ายอีกประมาณ 1.80-2.00 บาทได้เลย หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลได้ 12.50 – 13.89% มากมายมหาศาลเหมือนเดิม แค่นี้อย่าเพิ่งกลัวว่าจะ Sell on fact เพราะราคาหุ้นปัจจุบันมี PE เพียง 3.05 เท่าถูกเกินไปล่ะ ถ้าให้ PE 4 เท่าราคาเหมาะสมคือ 19 บาท เด็กแนวจึงไม่กลัวกว่าจะ sell on fact งานนี้เก็งสั้น หรือสะสมก็แล้วแต่ กราฟสวยต้านหน้า 16 จ้า

  2. STPI อย่าลืมนะว่าหุ้นตัวนี้เคยหุ้นของร้อนแรงที่ประทับใจนักลงทุนมาแล้ว จากที่เคยเป็นหุ้นเงียบๆ ไม่มีโวลุ่ม จนเด็กแนวปลุกกระแสหุ้นดีราคาถูก ปันผลโดดเด่นกว่าใครในตลาด จนราคาหุ้นกลับกลายมาเป็นตัวดึงดูดใจนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ติดชาร์ทหุ้นดีไปซะแล้ว รอบนี้ผลประกอบการไตรมาสแรกก็ถูกจับจ้องอยู่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ เพราะปีก่อนสร้างสถิติกำไรมหาศาลไปแล้ว ดูไปดูมาราคาหุ้นตรงนี้ไม่ได้แพงเลย เนื่องจากคิดค่า PE จนจากงบการเงินปี 52 ก็เหลือแค่ 3.16 เท่าเอง ถือว่าถูกมั่กๆ จริงอยู่คนที่ซื้อตรงนี้ไม่ได้รับเงินปันผลแล้ว แต่เด็กแนวว่าราคาหุ้นอาจจะสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าเป็นไหนๆ เพราะมองอย่างน้องต้องมีเป้าแนวต้าน 17 บ และถ้าตลาดหุ้นไม่เละซะก่อน โอกาสวิ่งแตะแนวต้าน 20 บาทอาจได้เห็นเป็นขวัญตาขอบอก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *