Posted on November 26, 2010January 28, 2012Categories วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทTags , , 3 Comments on งบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสด

งบ กระแสเงินสดเป็นบัญชีที่แสดงการไหลเข้าออกของเงินสดที่เกิดขึ้นสะสมในกิจการ ระหว่างรอบบัญชีนั้น ในทางบัญชีเราแบ่งกระแสเงินสดออกเป็นสามจำพวกคือ กระแสเงินสดที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน กระแสเงินสดที่เกี่ยวกับการลงทุน และกระแสเงินสดด้านการเงิน โดยที่เมื่อนำกระแสเงินสดทั้งสามจำพวกมารวมกันจะต้องเท่ากับเงินสดที่ เปลี่ยนแปลงไปในรอบบัญชีนั้นพอดี เพราะกระแสเงินสดมีแค่สามอย่าง ถ้านำมาบวกกันก็ต้องเท่ากับเงินสดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในบริษัทระหว่างงวด นั้นนั่นเอง ในงบกระแสเงินสด จะแสดงกระแสเงินสดทั้งสามประเภทให้ดูทีละประเภท ถ้าลองนำกระแสเงินสดทั้งสามประเภทมาบวกกันจะพบว่าต้องเท่ากับผลต่างระหว่าง เงินสดตอนปลายงวดกับต้นงวดที่โชว์อยู่ในงบดุลของบริษัทนั้นพอดีด้วย ใน หมวดกระแสเงินสดเกี่ยวกับการดำเนินงานนั้นจะดูแล้วงงๆ นิดหน่อย เพราะปกติแล้วการทำบัญชีเพื่อโชว์กระแสเงินสดรับหรือจ่ายของกิจกรรมที่ เกี่ยวกับการดำเนินงานให้ดูเป็นอย่างๆ (เช่น เงินสดรับจ่ายจากลูกค้า เงินสดรับจ่ายจากซัพพลายเออร์) นั้นค่อนข้างจะยุ่งยาก หลักบัญชีจึงยอมให้บริษัทแสดงกระแสเงินสดเกี่ยวกับการดำเนินงานทางอ้อม (INDIRECT METHOD) โดยเริ่มต้นจากกำไรสุทธิ แล้ว reconcile กลับด้วยรายการที่ไม่เกี่ยวกับเงินสดต่างๆ จนกระทั้งกลายเป็นกระแสเงินสดเกี่ยวกับดำเนินงาน คน ที่ไม่ใช่นักบัญชีเวลาอ่านรายการในกระแสเงินสดเกี่ยวกับการดำเนินงานแล้ว พยายามจะนึกภาพตามว่าจริงๆ แล้วแต่ละบรรทัดมันเกิดขึ้นอย่างไรเลยมักจะงง เพราะจริงๆ แล้ว รายการพวกนี้เป็นเพียงแค่ item ที่มา reconcile ทางบัญชีให้กำไรสุทธิถอยกลับมาเป็นกระแสเงินสดเท่านั้น สรุปก็คือเห็นแล้วก็ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก เหลือบไปดูบรรทัดสุดท้ายที่เขียนว่า เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน เลยดีกว่า ตัวนี้เป็นเสมือนตัวเลขที่บอกว่า ธุรกิจนี้ผลิตเงินสดไปได้เท่าไรตลอดรอบบัญชีนั้น ซึ่งควรจะเป็นบวก (ถ้าเป็นลบแสดงว่ายิ่งขยันยิ่งขาดทุน) และจะให้ดีควรมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจากงวดที่แล้วไปในทิศทางเดียวกันกับกำไร สุทธิในงบกำไรขาดทุนของบริษัทด้วย ถ้าหากกำไรวิ่งไปทาง กระแสเงินสดวิ่งไปอีกทาง อาจเป็นไปได้ว่าบริษัทอาจกำลังสร้างภาพอะไรบางอย่างอยู่รึเปล่า บางบริษัท ชอบ capitalize ค่าใช้จ่ายต่างๆ เอาไว้ในงบดุลแทนที่จะตัดจ่ายออกมาเพื่อทำให้กำไรที่โชว์ออกมาดูสูง (ค่าใช้จ่ายน้อย) เช่น พวกค่าสิทธิ์ต่างๆ ค่าพัฒนาซอฟต์แวร์ ค่าซื้อกิจการ หรือแม้แต่ค่าโฆษณา บริษัทชอบอ้างว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเหล่านี้ที่มี future benefit เลยขอตั้งเป็นสินทรัพย์เอาไว้ก่อนแล้วค่อยทยอยตัดจ่ายออกมาทีหลัง เพื่อให้กำไรในระยะสั้นดูดี พอนานๆ ไปก็ค่อยตัดด้อยค่าเป็นรายการใหญ่ๆ ออกมา แล้วบอกว่านักลงทุนไม่ต้องไปสนใจ เพราะเป็นรายการพิเศษเกิดขึ้นครั้งเดียว แต่ทำเช่นนี้อยู่เนื่องๆ … Continue reading “งบกระแสเงินสด”

Posted on June 29, 2010February 28, 2014Categories วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทTags , , , ,   Leave a comment on ROCE หรือ Return on capital employed คือ

ROCE หรือ Return on capital employed คือ

มาดูสูตรก่อนครับ ROCE = EBIT / Capital Employed หรือ ROCE = EBIT/ (Total Assets – Current Liabilities) เราจะใช้ ROCE ดูว่ารายได้ที่บริษัทลงทุนไปมันได้ผลตอบแทนมาเท่าไหร่ มันคล้ายๆ กับ ROA ซึ่งตัวหารของ ROA จะเป็นทรัพย์สินทั้งหมด ส่วนของ ROCE มันจะเอาหนี้สินหมุนเวียนออกจากตัวหาร EBIT = รายได้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยและภาษี หรือ Operating Income ตัวเดียวกัน ถ้าธุรกิจนั้นไม่ได้มีรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจ Capital Employed = เรียกง่ายๆ ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการทำธุรกิจ ค่านี้เอาไว้ดูว่ารายได้ที่กลับคืนมามันคุ้มค่ามั๊ย 😀 กับที่ลงทุนลงไป ยิ่งเยอะยิ่งดีนะครับ สนใจศึกษาเรื่องหุ้นเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ครับ  

Posted on June 29, 2010Categories วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทTags , , , , 1 Comment on Operating income หรือ Operating result คือ

Operating income หรือ Operating result คือ

Operating income หรือ Operating result คือ มาดูสูตรกันก่อนเลยครับ Operating income หรือ Operating result = รายได้ ? ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าแปลเป็นไทยก็น่าจะเรียกว่า รายได้จากการทำธุรกิจจริงๆ รายได้ = รายได้จากการขายสินค้า หรือบริการ ไม่รวมรายได้อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงาน ค่าใช้จ่าย = ต้นทุนสินค้า ต้นทุนการผลิต ต้นทุนการขาย เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ มาดูตัวอย่างกันเลย ขอยกตัวอย่างหุ้น BCP งบ Q1 2553 นี้นะครับ รายได้ = 33,979.65 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย = 33,108.12 ล้านบาท Operating Income = 33,979.65-33,108.12 = 871.53 ล้านบาท ง่ายใช่มั๊ยครับ รายได้จากธุรกิจจริงๆ ถ้าดูแต่ตัวเลขโดดๆ มันก็ไม่ค่อยจะได้ประโยชน์เท่าไหร่ ต้องเอาไปเทียบกันเลยอย่างอื่น ^^ ค่อยๆ เรียนรู้ไปครับ เดี๋ยวมันต่อภาพกันได้เอง