Posted on November 22, 2016November 22, 2016Categories Technical Analysis, บทความโตโร่Tags

Break 5-Day Average Volume

บทความเขียนโดย   Technical Analysis หรือ การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่นักลงทุนเอาไว้ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจเพื่อเข้าซื้อ หรือขายหุ้นออกไป โดยเน้นกำไรเป็นสำคัญ ซึ่งอาจจะไม่สนใจพื้นฐานของบริษัทเลยก็เป็นได้   หัวใจหลักของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ “การเข้าใจถึงเครื่องมือ” ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนั้น หรือ ทำไมมันเป็นแบบนี้ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจ ในการอ่านจิตวิทยา ของนักลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมว่ากำลังทำอะไรกับหุ้นตัวที่ตนเองสนใจอยู่ บางทีมันอาจจะทำให้นักลงทุนสามารถหยั่งรู้ได้ถึง “การเข้าซื้อ” หรือ “การขายหุ้น” ออกไปในแต่ละช่วงเวลาของนักลงทุนรายใหญ่ หรือ กองทุนต่างๆ หรือแม้แต่นักลงทุนต่างชาติ     จะว่าไปแล้วตัวเลข หรือเครื่องมือ ที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิค นำเอามาประยุกต์ใช้ เห็นจะหนีไม่พ้น  ราคาหุ้น และ โวลุ่ม (volume) หรือ ปริมาณการซื้อขาย ว่ามีความสำคัญอย่างไร ทำไมนักลงทุนหลายคนโดยเฉพาะรายใหญ่ๆ ถึงชอบดู Volume นัก หรือ รายใหญ่ส่วนใหญ่มักจะดู Volume เป็นหลักก่อนเครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ เสียอีก   ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?   Volume หรือ ปริมาณการซื้อขายหุ้น เป็นตัวบ่งบอกถึงความเข้มข้นของการซื้อและขายหุ้นในวันนั้น ยิ่งปริมาณหุ้นมากๆ ก็ยิ่งทำให้ราคาอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากเช่นกัน ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับทิศทาง หรือแนวโน้มของราคาหุ้นตัวนั้นๆ ด้วย   เมื่อเราทราบว่ายิ่งหุ้นมีปริมาณการซื้อขายมาก มันจึงเป็นสัญญาณให้นักลงทุนได้เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงระยะเวลาอันสั้น จึงมีอินดิเคเตอร์หลายตัวพยายามนำเอา Volume มาประกอบการคำนวณ เพื่อแจ้งเตือนนักลงทุนว่าราคาหุ้นอาจจะกำลังขึ้น หรือ กำลังจะลง นั่นเอง   ลูกศิษย์ผมท่านหนึ่งถามว่า “Break 5-Day Average Volume” หมายถึงอะไร?   … Continue reading “Break 5-Day Average Volume”

Posted on February 21, 2016January 25, 2019Categories Technical AnalysisTags   Leave a comment on 5 อินดิเคเตอร์สู่การเทรดชั้นยอด

5 อินดิเคเตอร์สู่การเทรดชั้นยอด

บทความเขียนโดย อ.โตโร่ การเล่นหุ้นทางเทคนิคนิคนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะมันต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการประยุกต์ใช้กับหุ้นในสภาวะตลาดต่างๆ กันไป ซึ่งการจะประยุกต์ให้ได้แบบเหมาะสมในกระบวนท่าเหล่านั้นต้องอาศัยการเข้าใจถึงเครื่องมือทางเทคนิคอย่างลึกซึ้ง และแน่นอนต้องมีการนำไปใช้ปฏิบัติเทรดจริงๆ เพื่อให้ทราบถึงผลตอบแทนในการใช้เครื่องมือเหล่านั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคนั้น หากขาดการทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปในการคำนวณของอินดิเคเตอร์ ก็คงจะเหมือน ขับรถโดยที่ไม่รู้ว่าบางทีเครื่องยนต์มันอาจจะกำลังพังลง แต่เกจวัดต่างๆ ยังดูปกติ เพราะอินดิเคเตอร์ทุกตัวคำนวณมาจากราคาหุ้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นอินดิเคเตอร์ตัวไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงการทำความเข้าใจสมมุติฐาน และความเป็นมาของสูตรคำนวณ Technical Indicator 5 ตัว ที่เรียกได้ว่าทำให้นักเทคนิคสามารถเล่นไปกับคลื่นของราคาหุ้น ที่ขึ้นลง ผันผวนในแต่ละวัน เพื่อหากำไรจากราคาหุ้นเห็นทีจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องกล่าวถึง indicator เหล่านี้ 1. Average Directional Movement Index (ADX) เครื่องมือตัวแรกถูกคิดค้นโดย J. Welles Wilder เพื่อทำให้นักเทคนิครู้ว่าหุ้นที่ตนเองกำลังสนใจนั้นมันอยู่ในโหลดไหน “Trend” หรือ “Sideway”  คำว่า Trend ในที่นี้หมายถึง การที่หุ้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น หรือ ลงชัดเจน ส่วน Sideway คือ การที่ราคาหุ้นไหลออกข้าง คือ ไม่ขึ้นไม่ลง หรือ ขึ้นลงในกรอบราคาแคบๆ เท่านั้น หากนักลงทุนทราบว่าหุ้นตัวนั้นกำลังมีเทรน ก็คงจะดีไม่น้อยเพราะนักลงทุนจะสามารถซื้อหุ้น และเกาะแนวโน้มทำกำไรไปกับราคาที่กำลังขึ้นไปได้เรื่อยๆ ในทางกลับกันหากนักลงทุนรู้ว่าราคาหุ้นมันเป็นแบบเคลื่อนที่ในกรอบ ก็จะสามารถซื้อและขายหุ้นในกรอบเหล่านั้นได้ มันเป็นการทำเงินได้ไม่มากก็จริง แต่ความเสี่ยงก็น้อยด้วย จากรูปข้างต้นจะเห็นว่า ADX ปรับตัวขึ้นตามราคาหุ้นที่กำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อนักลงทุนทราบว่าราคาหุ้นมันมีเทรน ก็มักจะใช้ Moving Average เข้ามาตัดสินใจซื้อขายหุ้นต่อไป เพื่อทำกำไรไปกับแนวโน้มขาขึ้น แต่หากนักลงทุนพบว่า ADX มันบอกว่าหุ้นตัวนั้นไม่มีเทรน ก็ควรจะใช้ Stochastic Oscillator … Continue reading “5 อินดิเคเตอร์สู่การเทรดชั้นยอด”

Posted on December 19, 2015December 19, 2015Categories Quant, Technical Analysis, TraderTags , ,   Leave a comment on เผย 6 สูตรลับความสำเร็จของนักลงทุนทางเทคนิค

เผย 6 สูตรลับความสำเร็จของนักลงทุนทางเทคนิค

Technical Analysis ใช้ได้จริงเหรอ? นั่นเป็นคำถามของผมเมื่อตอนเริ่มต้นทำความรู้จัก และใช้งานการลงทุนในแนวทางนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วถูกปลูกฝังมาด้วยความเชื่อทางด้าน Fundamental Analysis มากกว่า เพราะหลักฐานต่างๆ จะมีเหตุและผลรองรับเสมอ และมีตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงด้านนี้ อย่างเช่น Warren Buffett มหาเศรษฐีอันดับสามของโลกที่ร่ำรวยจากการลงทุนในหุ้น ผมเลยอยากรู้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จจาก Technical Analysis จะมีบ้างหรือไม่ และมันทำให้ผมพบกับนักลงทุนหลายคนที่มีแนวทางการลงทุนที่ไม่เหมือนใคร และนอกจากนั้นยังประสบความสำเร็จในแนวทางนั้นๆ อีกด้วย เรามาทำความรู้จักกันทีละคน เผื่อจะทำให้ได้เกิดไอเดีย หรือแนวทางที่เราสามารถนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ได้เอง นักลงทุนทางนิคเทคระดับโลก Marty Schwartz  เคยเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แต่เบื่อหน่ายกับการต้องเขียนบทวิเคราะห์เชียร์ให้นักลงทุน “ซื้อ” หุ้นที่เกินมูลค่าพื้นฐาน เขาจึงได้ทำการคิดค้นพัฒนาอินดิเคเตอร์ (Indicator) หรือเครื่องมือทางเทคนิค เพื่อช่วยในการหาจุดเข้าซื้อ โดยมีความเสี่ยงต่ำในการลงทุนของเขา Schwartz  ประสบความสำเร็จอย่างมากหลังจากหันหลังให้การวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน มาใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยเน้นไปที่การประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และความน่าจะเป็น เขาสามารถเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุนของเขาจาก $40,000 เป็น $20,000,000 และยังชนะการแข่งขันเทรดระดับชาติของสหรัฐอเมริกาในปี 1984 เมื่อเขาถูกถามว่า Technical Analysis ใช้ได้จริงหรือ? เขาตอบว่า “ผมใช้ Fundamental Analysis มากกว่า 9 ปี แต่สิ่งที่ทำให้ผมรวยคือ Technical Analysis”. หลักการที่เขาใช้คือ Moving Average เพื่อเฟ้นเลือกหุ้นที่มีราคาหุ้นแข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวม ทำให้ผลตอบแทนออกมาน่าประทับใจ เทรดเดอร์ยอมสูญเสียเงินลงทุนของเขา มากกว่า การยอมรับว่าตอนเองผิดพลาด…ผมประสบความสำเร็จจากการเทรดได้ด้วย คติที่ว่า “ช่าง…แม่….ง…อีโก…ทำเงินสำคัญที่สุด”…Marty Schwartz    Mark D. Cook เขาสูญเสียเงินหลายครั้งจากการเทรดหุ้น เพื่อเรียนรู้ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ความสูญเสียมากกว่าเงินที่เขามีอยู่ … Continue reading “เผย 6 สูตรลับความสำเร็จของนักลงทุนทางเทคนิค”

Posted on June 4, 2015June 4, 2015Categories Technical AnalysisTags , 1 Comment on ทำความเข้าใจกับ Trend และ วงจรธุรกิจ

ทำความเข้าใจกับ Trend และ วงจรธุรกิจ

เขียนโดย อ.จิรัฏฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์ การวิเคราะห์หุ้นแบบเทคนิค หรือ Technical Analysis เป็นศาสตร์และศิลป์ของการระบุแนวโน้ม หรือ Trend ของหุ้นในช่วงที่หุ้นกำลังเริ่มสร้างแนวโน้ม หรือกลับตัวของแนวโน้ม เพื่อนักลงทุนจะสามารถตัดสินใจในการถือครองหรือปรับพอร์ตการลงทุนได้หาก Trend ของหุ้นมีการเปลี่ยนแปลง ในการที่จะระบุการกลับตัวของราคาหุ้นได้ เราจะต้องรู้ก่อนว่า Trend คืออะไร และ เราจะต้องทำความรู้จักพร้อมทั้งเข้าใจรูปแบบของแนวโน้มอย่างแท้จริงเสียก่อน Trend ของหุ้นมีอยู่ 3 รูปแบบที่สำคัญ ดังรูปด้านล่าง 1.Primary (แนวโน้มใหญ่) โดยทั่วไปแล้วแนวโน้มใหญ่จะกินเวลา 9 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งมันจะขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนต่อหุ้นตัวนั้นว่าพื้นฐานหุ้นดีแค่ไหน มีการเติบโตหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้วแนวโน้มของราคาหุ้นจะสะท้อนวัฏจักรของธุรกิจโดยเฉลี่ยตามสถิติแล้วจะมีรอบการขึ้นและลงรวม 4 – 5 ปี ซึ่งจะแบ่งออกเป็นขาขึ้น 2.5 ปี และ ขาลงอีก 2.5 ปี หรืออย่างละครึ่ง หากเราสังเกตุรูปด้านบนเราจะพบว่า Primary Trend จะมีเส้นสีฟ้า ราคาหุ้นจะขึ้นไปจนสูงสุด และปรับตัวลงมา อย่างไรก็ตามเราจะเห็นว่าบางช่วงเวลาราคาหุ้นจะมีขึ้นและลงเป็นคลื่นย่อยๆ ตามทฤษฏีของ Down Theory ซึ่งเราจะพบเส้น Intermediate และ Short-term Trend ซ้อนอยู่ในรูป ในทางปฏิบัติแล้วระยะเวลาที่หุ้นขึ้นจะนานกว่าตอนราคาหุ้นลดลง ดังนั้น ช่วงหุ้นขึ้นนักลงทุนจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะได้ผลตอบแทนที่มาก หากหุ้นปรับตัวลดลงจะทำให้กำไรของนักลงทุนหายไปอย่างรวดเร็ว 2. Intermediate (แนวโน้มรอง) หากเราสังเกตุกราฟอย่างดีแล้วจะพบเส้นสีเขียว ซ้อนอยู่ในแนวโน้มใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราจะพบว่าหุ้นที่ขึ้นไปนั้นอาจจะมีการปรับตัวลดลงเนื่องจากอารมณ์และข่าวของหุ้นในขณะนั้น โดยส่วนใหญ่แนวโน้มรองจะกินเวลาตั้งแต่ 6 อาทิตย์ ไปจนถึง 9 เดือน … Continue reading “ทำความเข้าใจกับ Trend และ วงจรธุรกิจ”

Posted on May 17, 2015May 17, 2015Categories UncategorizedTags ,   Leave a comment on Technical Analysis และช่องโหว่

Technical Analysis และช่องโหว่

การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีข้อดีมากมาย คือ มันสามารถบอกจังหวะการซื้อขาย และบอกสภาวะตลาดในขณะนั้นได้อย่างถูกต้องตามสภาวะที่แท้จริง และมันไม่เคยโกหกนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ มีแต่เทรดเดอร์บางคนจะหลอกตัวเอง หรือคาดเดาไปเอง ซึ่งมักจะทำให้การเทรดขาดทุนและต้องออกจากตลาดไป อย่างไรก็ตามหากศึกษาศาสตร์นี้ได้อย่างเข้าใจลึกซึ้ง ก็จะพบช่องโหว่ของการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากมายหลายข้อ แต่ข้อหนึ่งและผมว่าค่อนข้างสำคัญมากคือ “ราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่มีมือที่มองไม่เห็น (เจ้ามือ) ทำราคาอยู่” หลายๆ คนนำเอาช่องโหว่นี้มาใช้งานโดยการนำมาสร้างราคาหุ้น และสร้างกราฟให้ดูสวยงามเข้าตามทฤษฏีให้รายย่อยซื้อตามเข้ามาและส่วนมากมักจะเจ็บตัวหลังจากนั้น ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคผมคิดว่าการนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดค่าเงินหรือ FOREX ที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เพราะมีมูลค่าการซื้อขายสูงมาก ไม่มีคนไหนสามารถปั่นหรือทำราคาได้อย่างแท้จริง ราคาหรือกราฟที่เห็นเป็นไปตาม Demand & Supply ของความต้องการหรือมุมมองของนักลงทุนในค่าเงินนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ค่อนข้างชัวร์และต้องเทรดตามแนวโน้มจริงๆ ไม่สวนทาง รูปนี้เป็นตัวอย่างของกราฟราคาค่าเงินบาท กับ เงินดอลล่าห์สหรัฐครับ อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทไทยเคยถูกโจมตี หรือปั่นราคาในปี 40 ทำให้เศรษฐกิจบ้านเราล่มสลายลง แต่ในปัจจุบันน่าจะมีเสถียรภาพพอสมควรและการทำราคาค่อนข้างจะเป็นไปตามกลไกตลาดมาก หากนำการวิเคราะห์ทางเทคนิคมาใช้กับการเล่นหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นไทยแล้ว ปัจจัยสำคัญนอกจากความรู้ในการอ่านกราฟแล้ว คือ ปัจจัยเรื่องเจ้ามือ หรือคนทำราคาหุ้นแต่ละตัว เราต้องมองให้ออกว่าหุ้นที่เราเข้าไปเล่นนั้นถึงแม้กราฟทางเทคนิคจะออกมาสวยอย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตา หรือ ภาพที่คนสร้างเอาไว้ให้นักลงทุนรายย่อยเข้าไปติดกับได้ เพราะต้องอย่าลืมว่ามีบางคนสามารถทำราคาหุ้นให้ภาพเทคนิคออกมาเป็นรูปอะไรก็ได้หากมีเงิน หรือจำนวนหุ้นที่เพียงพอ ดังนั้นก่อนเข้าเทรดจริง หรือเข้าซื้อหุ้น เช็คกราฟแล้วดูดีก็ต้องอย่าลืมคิดถึงเรื่องเจ้ามือด้วย เพราะเค้าอาจจะเลิกเล่นหุ้นตัวนั้นด้วยการเทขายกระจาด ราคาหุ้นตกลงมาเยอะแบบเละไม่เป็นท่าก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการความเสี่ยงต้องรวมปัจจัยนี้เข้าไปด้วยนะครับ เพราะหุ้นไทยหลายๆ ตัวมีเจ้าสิงห์อยู่ครบครับ