ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

TCMC บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย

บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 โดยเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยในปี 2521 และปี? 2537?? จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัท มหาชน จำกัด

กุมภาพันธ์ 2542 (จดทะเบียนลดทุนจาก 500 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท)?? จดทะเบียนเพิ่มทุนจำนวน 25.56 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท และขายให้แก่ธนาคาร ดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ในราคาหุ้นละ 6 บาท บริษัทฯ นำเงินค่าหุ้นเพิ่มทุนนี้ ไปชำระหนี้เงินกู้ยืมที่มีต่อ ธนาคาร ดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน)

มีนาคม ?2542?? บริษัทฯ ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร บริษัทฯ มีกำไรจากการโอนทรัพย์สินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างปี 2542 จำนวน 40.93 ล้านบาทและไม่มีกำไรหรือขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้

กันยายน 2546 บริษัทฯ ได้มีการทำสัญญาเปลี่ยนเจ้าหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารเดิมเป็น ธนาคารใหม่ ทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินลง

มีนาคม 2550 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 555.56 ล้านบาท เป็น 714.29 ล้านบาท โดยมีทุนเรียกชำระครบแล้วเป็นจำนวน 684.47 ล้านบาท? บริษัทฯ ได้นำมาลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิต? ปรับปรุงประสิทธิภาพและสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในโรงงาน

พฤษภาคม 2552 บริษัทฯ ได้ลดทุนจดทะเบียนจาก 714.29 ล้านบาท เป็น 684.47 ล้านบาทโดยวิธีการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่บริษัทยังมิได้ออกจำหน่าย

กันยายน 2552 บริษัทฯ ได้ลดทุนจดทะเบียนจาก 684.47 ล้านบาท เป็น 376.46 ล้านบาท โดยการลดมูลค่าหุ้นของบริษัทลงจากเดิมมูลค่าที่ตราไว้มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท เหลือมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.50 บาท

การประกอบธุรกิจของบริษัท

บริษัทประกอบธุรกิจ ผลิตพรมเพื่อออกจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยใช้เครื่องหมาย ? ไทปิง ? สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ และ ? Royal Thai ? สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศในขณะเดียวกันบริษัทมีการนำเข้าพรมจากต่างประเทศในประเภทที่บริษัทไม่สามารถผลิตได้เพื่อจำหน่ายเพิ่มเติมสำหรับตลาดในประเทศ

บริษัทได้เคยมีการลงทุนในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ แต่ในปัจจุบันได้ขายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวไปหมดแล้ว คงประกอบธุรกิจทางด้านพรมแต่เพียงอย่างเดียว โดยแยกจำแนกเป็นการขายพรมในประเทศและต่างประเทศตามงบเฉพาะกิจการ ได้ดังนี้

2552 2551 2550
ล้านบาท % ล้านบาท % ล้านบาท %
มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ 266.94 46.05 343.32 46.41 368.75 47.13
มูลค่าการจำหน่ายต่างประเทศ 312.71 53.95 396.48 53.59 413.58 52.87
รวม 579.65 739.80 782.33

(1)? ลักษณะผลิตภัณฑ์

แบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้

1. พรมทอมือ (Hand Tufted Carpet)

2. พรมทอเครื่องแอ็คมินส์เตอร์ แบบทอสานมีลายในตัว (Axminster Woven Pattern

Carpets)

3. พรมทอจักรมีลวดลายในตัว

  • พรมทอจักรหน้ากว้าง (Broadloom Tufted (rolls))
  • พรมทอจักรหน้าแคบ (Pass Tufted (as plan))

4. วัสดุรองพรม

สิทธิหรือข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ

(1) บัตรส่งเสริมการลงทุน???????????????????? ไม่มี

(2) สิทธิอื่น?????????????????????????????????????????? ????ไม่มี

(3) ข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ??????????

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 มีมติให้ร่วมลงทุนใน บริษัท ยูไนเต็ด คาร์เปท แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 51 ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในลักษณะเดียวกัน

(2)? ตลาดและภาวะการแข่งขัน

ตลาดในประเทศ

ในปี 2552 ยอดขายในแต่ละไตรมาสอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2551 อันเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ปลายปี 2550 และมีผลต่อเนื่องกันมาจนถึงปีนี้ แต่สภาพของตลาดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปลายปี 2552 โดยเริ่มมีงานโครงการหรืองานที่ระงับไว้ชั่วคราวกลับมาเสนอราคาใหม่อีกครั้ง และเริ่มมีการติดต่อขอรายละเอียดของพรมจากสำนักงานออกแบบสำหรับโครงการใหม่ๆ ที่จะเริ่มก่อสร้างในปี 2553 ? 2554 อย่างไรก็ดีตลาดพรมในส่วนของโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ ในบริเวณห้องพักแขกได้ถูกสินค้าทอแทนประเภทไม้เข้ามาแย่งตลาดพรมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นความนิยมที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ด้วยคุณภาพและการบริการที่ดีมาโดยตลอด บริษัทฯ ยังคงได้รับความไว้วางใจในงานโครงการใหญ่ๆ เสมอมา เช่น โครงการปรับปรุงห้องพักโรงแรมแชงกรีล่ากรุงเทพฯ, โรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน, เมเจอร์ เอสพานาด งามวงศ์วาน, อาคารสำนักงานใหญ่ AIA เป็นต้น

ตลาดต่างประเทศ

จากการที่บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่รู้จักดีในอุตสาหกรรมการบริการมาอย่างยาวนานในฐานะผู้ผลิตพรมสำเร็จและพรมติดตั้งคุณภาพสูง ทำให้ในปี 2552 ตลาดส่งออกภายใต้แบรนด์ ?Royal Thai? สามารถผ่านพ้นวิกฤตจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลกในปี 2552 ได้

ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายของตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เริ่มจากวิกฤตทางการเงินที่มีผลมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ผลกระทบครั้งนี้เริ่มจากการหดตัวของตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก สถานการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดสภาวะตกต่ำในธุรกิจการบริการ บรรดาผู้บริโภคตลอดจนเจ้าของกิจการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ซึ่งพยายามอย่างมากที่จะลดต้นทุนของตนเองลง เป็นผลกระทบให้ตลาดพรมซบเซา อย่างไรก็ดี บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด (มหาชน) ยังคงรักษาจำนวนยอดขายได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ สืบเนื่องจากโครงการใหญ่จาก Depa, ลูกค้าในตลาดระดับสูงจากยุโรป และท้ายสุด โครงการใหญ่ต่างๆ จากตะวันออกกลาง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  BBL ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมบริการต่างๆ ยังมีแนวโน้มในเชิงบวกและคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวด้วยสัญญาณเศรษฐกิจที่ดีในปี 2553 ?บริษัทฯมีโครงการต่างๆเข้ามา โดยโครงการเหล่านั้นเป็นสัญญาณที่ดี ที่มาจากตลาดใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากทางฝั่งยุโรป, อินเดีย, ออสเตรเลีย, รวมทั้งตลาดที่ค่อยๆฟื้นฟูหลังจากซบเซาในช่วงเศรษฐกิจถดถอย อย่างญี่ปุ่น และการกลับมาผงาดใหม่ของตลาดอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ TCMC ได้ที่เว็บบอร์ดการลงทุนของเราเลยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *