ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

THAI การบินไทย เทิร์นอะราวด์

ค่าเงินบาทแข็ง การเมืองกดดัน ราคาหุ้นพุ่งทะยานจาก 6.35 บาท ขึ้นไป 42 บาท และเพิ่งผ่านการเพิ่มทุนล็อตใหญ่ 483.89 ล้านหุ้น

‘การบินไทย’ วันพรุ่งจะมีหน้าตาเช่นไร!

ความเชื่อมั่นในฝีมือและเชื่อในความโปร่งใสของ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ราคาหุ้น THAI สายการบินแห่งชาติที่ขึ้นชื่อว่ามีปัญหา “โกงกินระดับชาติ” ทุกยุคทุกสมัย ติดเครื่องทะยานขึ้นมาได้พักใหญ่สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น 106,115 คนได้ชื่นมื่น รวมทั้งกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ทางตรงและทางอ้อม 70.72% (คลัง 51.03% กองทุนวายุภักษ์ 16.96% กองทุนรวมออมสิน 2.73%)

แต่ทว่าภาพของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) อยู่ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์และปฏิเสธการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองอย่างแข็งขัน ขณะที่ฝ่ายผู้กำกับดูแลองค์กรอยู่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย ปัญหาการลงทุนใน ไทย-ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ก็เห็นชัดว่าการทำงานของ ดร.ปิยสวัสดิ์ ไม่ได้ราบรื่นและอาจยิ่งมี “รอยร้าวลึก” มากกว่าเก่า

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็วย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไม่มากก็ น้อย ขณะที่หุ้นเพิ่มทุนราคา 31 บาท จำนวน 483.89 ล้านหุ้น มูลค่า 15,000 ล้านบาท ก็ส่งผลให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 28% ขณะที่การทะยานขึ้นของราคาหุ้น THAI อย่างต่อเนื่องโดยมีช่วงหยุดพักเพียงสั้นๆ ก็เสมือนการซึมซับข่าวดีของอัศวินขี่ม้าขาวที่มาช่วยพลิกฟื้นการบินไทยจนหมดสิ้น

ราคาหุ้นการบินไทย “วันพรุ่ง” จึงอาจ “ไม่รุ่ง” อย่างแรงเชียร์ เพราะหุ้น THAI ได้ผ่านจุด “เทิร์นอะราวด์” มาแล้ว..ไม่มี “แรงบวก” หลังจากนี้คือบทพิสูจน์ผลการดำเนินงานและ “แรงต้าน” จากฝ่ายการเมืองที่ยังเป็น “ความเสี่ยง” ที่แยกออกจากปัจจัยพื้นฐานได้ยาก

“การบินไทยตอนนี้กำลังเดินไปข้างหน้า ถือได้ว่าเราเทิร์นอะราวด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย แสดงความมั่นใจเต็มที่

ปิยสวัสดิ์ บอกว่า เกือบหนึ่งปีที่เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย ได้เปลี่ยนแปลงรัฐวิสาหกิจแห่งนี้จากเดิมถูกเรียกว่าเป็น “แดนสนธยา” เปลี่ยนเป็นองค์กร “ปลอดการเมือง” ผู้บริหารมีอำนาจตัดสินใจรวดเร็วขึ้น ตัวดีดีเองก็มีตัวชี้วัดผลงานที่ชัดเจน ได้แก่ ผลประกอบการดู EBITDA กำไรสุทธิ ผลกำไรเชิงเศรษฐศาสตร์ และอัตราความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากนี้ยังได้ลดสิทธิพิเศษบินฟรีของผู้บริหารและกรรมการลง เพื่อปรับภาพลักษณ์การบินไทยไม่ให้ถูกมองว่า “ฟุ่มเฟือย”

เอาให้ชัดๆ ต้องดูที่ผลประกอบการเป็นเครื่องยืนยันว่าการบินไทยกลับมาอยู่ในจุดที่ทำกำไรได้แล้ว ในปี 2551 การบินไทยขาด ทุนมหาศาลกว่า 21,379 ล้านบาท จากราคาน้ำมันแพงและปัญหาการเมือง ปีต่อมาก็เจอปัญหาขาดสภาพคล่องแต่ก็ลดค่าใช้จ่ายจนพลิกมาเป็นกำไรได้

ดีดีการบินไทย บอกว่า จุดอ่อนสำคัญที่เรื้อรังมานานในการบินไทยคือ “ต้นทุนดำเนินงาน” ที่ “สูง” ได้จัดการลดต้นทุนที่สามารถควบคุมได้แล้วซึ่งไม่รวมค่าน้ำมัน ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ปีที่ผ่านตัวเลขลดลงถึง 12,781 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวมทั้งปี โดยค่าใช้จ่ายเรื่องพนักงานคิดเป็น 34% ถือว่าเกาถูกที่คัน

มาตรการลดต้นทุนที่ยังดำเนินต่อไปจะเพิ่มสัดส่วนการขายตั๋วผ่านอิน เทอร์เน็ต ควบคุมค่าใช้จ่ายของลูกเรือและนักบิน ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและเจรจาต่อรองกับคู่ค้าเพื่อ ลดค่าใช้จ่าย ส่วนการจัดการความผันผวนของราคาน้ำมัน บอร์ดได้อนุมัติให้สามารถทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้าได้ 20-80% โดยไม่มีจุดประสงค์เพื่อการเก็งราคา ปัจจุบันทำประกันอยู่ที่ระดับ 69% คิดว่าเหมาะสมแล้ว

?ต้นทุนที่ควบคุมได้น่าจะลดลงได้อีกแต่เราจะไม่ประหยัดจนคุณภาพการบริการลดลงเพราะเราต้องแข่งขันที่คุณภาพด้วย?

ในแง่การตลาด สิ่งที่การบินไทยใน อดีตเดินเกมพลาดคือมองข้ามตลาด Low-Cost Airline ที่เติบโตเร็วมาก ปิยสวัสดิ์ บอกว่า ความจริงแล้วนกแอร์ถือว่าจับตลาดกลางหรือบัดเจ็ทมากกว่าไม่ได้เป็น “โลว์คอสต์” หลายปีก่อนสัดส่วนตลาดในประเทศของการบินไทยกับนกแอร์อยู่ที่ 82% ตอนนี้เหลือแค่ 50% ตลาดในภูมิภาคเราก็ลดลงจาก 43% เหลือ 33% ขณะที่ Low-Cost Airline โตขึ้น 17%

?นี่เป็นที่มาว่าทำไมเราต้องร่วมทุนกับ Tiger Airways เพื่อตั้งสายการบิน ไทย-ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เพื่อชิงตลาดส่วนนี้คืนมา?

สายการบินใหม่นี้จะมีผู้ถือหุ้นส่วนของการบินไทย 49.8% และจากสิงคโปร์ 49% มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มบินได้ในไตรมาสแรกปี 2554 เบื้องต้นคาดว่าปีแรกคง “ขาดทุน” แต่อนาคตเชื่อว่าจะสดใส ด้านโอกาสในการแข่งขันรับรองว่าสายการบินไทย-ไท เกอร์ แอร์เวย์ส จะมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งแน่นอนเพราะจะใช้เครื่องบินใหม่ และจะโฟกัสที่เส้นทางบินในภูมิภาคเป็นหลัก ส่วนนกแอร์จะโฟกัสแค่เส้นทางบินในประเทศ โดยการบินไทยยัง ไม่ทอดทิ้งนกแอร์และจะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นจาก 39% เป็น 49% ด้วย โดยจะซื้อหุ้นต่อจากธนาคารกรุงไทยที่ราคา 13 บาทต่อหุ้น คาดว่าใช้เงิน 60 ล้านบาท
ส่วนแผนธุรกิจของการบินไทยในปี 2554 จะมีสายการบินที่ครอบคลุมทั้งสามตลาดคือ การบินไทย เน้นจับ “กลุ่มพรีเมี่ยม” จะเน้นเส้นทางบินข้ามทวีปและภูมิภาค นกแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัดหรือบัดเจ็ทแอร์ไลน์และ ไทย-ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ

?เป้าหมายของเราต้องการยกระดับการบินไทยให้ เป็นสายการบิน “ห้าดาว” จากตอนนี้ยังเป็น “สี่ดาว” และติดอันดับ 1 ใน 3 สายการบินเอเชียและ 1 ใน 5 สายการบินที่ดีที่สุดในโลก ปัจจุบันเราถูกจัดอันดับให้อยู่อันดับ 9 ที่สำคัญต้องมีสถานะการเงินแข็งแกร่งก่อน?

ปิยสวัสดิ์ บอกว่า เพื่อที่จะคงความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะสายการบินเกิดใหม่จากตะวันออกกลางที่มาแรงอย่างมาก การบินไทยจึง ต้องกู้เงินและเพิ่มทุนเพื่อลงทุนสองอย่างคือ หนึ่ง. ปรับปรุงการให้บริการ และ สอง. จ่ายเงินค่าเครื่องบินใหม่ที่จะทยอยรับมอบในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอต่อการบริหารความเสี่ยงในอนาคต

แผนการดังกล่าวการบินไทยได้ กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ 12,000 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 8,000 ล้านบาท ธนาคารทิสโก้ 3,000 ล้านบาท ธนาคารทหารไทย 2,000 ล้านบาท? ธนาคารธนชาต 2,000 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 28,000 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 7-8 ปี

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  ROBINS โรบินสัน Growth Stock สามปีจากนี้

ส่วนการเพิ่มทุนจำนวน 483.89 ล้านหุ้น กำหนดราคา 31 บาท เสนอขายต่อกระทรวงการคลัง 246.93 ล้านหุ้น มูลค่า 7,655 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นเดิม 221.83 ล้านหุ้น มูลค่า 6,876 ล้านบาท และเสนอขายต่อผู้จองซื้อรายย่อย 15.10 ล้านหุ้น มูลค่า 468 ล้านบาท รวมประมาณ 15,000 ล้านบาท

“เงื่อนไขดอกเบี้ยเงินกู้ที่เราได้ดีมากๆ จนผมอยากกู้เอาไปฝากออมทรัพย์ที่สหกรณ์การบินไทยด้วยซ้ำ (ดอกเบี้ยสหกรณ์การบินไทยอยู่ที่ 3-4%)”

ส่วนเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้เพื่อลงทุนในการขยายธุรกิจ ชำระคืนหนี้สินและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างทางการเงินเป็นหลัก หลังเพิ่มทุนสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของการบินไทยจะลดลงมาเหลือไม่ถึง 2 เท่า แต่ตัวเลขที่เหมาะสมในอนาคต ดีดีการบินไทย บอกว่า ตั้งเป้าจะต้องเหลือ 1.5 เท่า การออกหุ้นกู้เราก็ยังไม่ทิ้งแต่ต้องใช้เวลาพิจารณาเครดิตอีกนาน

ปัจจุบันรายได้ค่าโดยสารของการบินไทยกว่า 90% มาจากเที่ยวบินต่างประเทศ เงินที่ได้จากการระดมทุนก็จะนำไปจ่ายค่าเครื่องบินใหม่เพื่อเสริมศักยภาพ โดยในปี 2554 การบินไทยจะ รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A330 จำนวน 2? ลำ ปี 2555 จะมีเครื่องแอร์บัส A380 จำนวน 3 ลำ แอร์บัส A330 จำนวน 3 ลำ และโบอิ้ง 777 จำนวน 2 ลำ และปี 2556 จะรับมอบเครื่องแอร์บัส A380 จำนวน 3 ลำ แอร์บัส A330 จำนวน 2 ลำ และโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ แล้วจะปลดระวางเครื่องบินเก่า 20 ลำ ภายใน 3 ปี (2554-2556) เช่นเดียวกัน

?หลังปี 2556 เรายังไม่สรุปว่าจะซื้อเครื่องบินเพิ่มอีกกี่ลำ อาจจะเป็นการเช่าระยะยาวก็ได้ การลงทุนนี้จะรับรองได้ว่าการบินไทยจะมีการเติบโตต่อเนื่อง ผมสนใจทุกอย่างที่ทำกำไรให้การบินไทย? ปิยสวัสดิ์ บอก

นายใหญ่การบินไทย ไม่ลืมที่จะ “คุย” เล็กๆว่า หลายฝ่ายตอนนี้มองการบินไทยมี การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นดูที่ราคาหุ้น THAI ก็ได้จากจุดต่ำสุด 7 บาท เมื่อไตรมาสสองปีที่แล้ว ตอนนี้อยู่ที่ 37.75 บาท (สัปดาห์ก่อน)

ถามว่าอนาคตการบินไทยจะเป็นอย่างไรต่อ เขาตอบว่าไม่มีใครที่สามารถเดาอนาคตที่ยังมาไม่ถึงได้…”ผมตอบได้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ส่วนราคาหุ้นการบินไทยจะขึ้นไปได้อีกไหม ผมถามกลับบ้างคิดว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) จะไปถึง 1,300 จุดได้มั๊ย! ไปคิดเอาเอง”

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ (กูรู) เรื่องตลาดหุ้น เขาทิ้งปริศนาให้นักลงทุนไปขบคิด ขณะที่เสนาธิการกระทรวงคมนาคมก็กำลัง “บี้” และหา “จุดพลาด” ของเขาอย่างไม่ลดละ ศึกครั้งนี้มี “ศักดิ์ศรี” เป็นเดิมพัน “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” มันคือศึกศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

———
ปัญหาการเมือง ‘จุดอ่อน’ การบินไทย

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย ประมาณการผลการดำเนินงานในปี 2553 คาดว่าการบินไทยจะ มีรายได้จากการดำเนินงาน 182,476 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 161,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,254 ล้านบาท ส่วนรายจ่ายรวมอยู่ที่ 165,380 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีรายจ่ายรวม 149,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,521 ล้านบาท คาดจะมีกำไร 11,568 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีที่แล้วที่มีกำไร 8,724 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,844 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีเงินได้ 9,355 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีที่แล้วที่มีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีเงินได้ 4,872 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4,483 ล้านบาท ส่วน EBITDA จะอยู่ที่ 32,895 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ในระดับ 30,154 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2,741 ล้านบาท

ความเห็นของเซียนหุ้นแวลูอินเวสเตอร์รายหนึ่ง กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่าอนาคตหุ้นการบินไทยดู แล้วน่าจะสดใสขึ้น เพราะปัญหาใหญ่ขององค์กรคือ “ต้นทุนดำเนินการที่สูง” ได้รับการแก้ไขถูกจุด และถ้าการเมืองนิ่ง การท่องเที่ยวน่าจะกลับมา ราคาน้ำมันที่ถูกลงยังเป็นปัจจัยบวก แต่ปัจจัยที่น่ากลัวคือการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง แม้นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะให้ท้าย (ดร.ปิยสวัสดิ์) เต็มที่ แต่เชื่อว่าการตั้งสายการบินไทย-ไทเกอร์ คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ซึ่งจะเป็นประเด็นอ่อนไหวต่อการตัดสินใจของนักลงทุน

One thought on “THAI การบินไทย เทิร์นอะราวด์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *