บทความโตโร่

Time Value of The Money มูลค่าของเงินตามกาลเวลา

Time Value of Money หรือ มูลค่าของเงินตามเวลา คือ หัวใจหลักของการทำความเข้าใจในด้านการลงทุน ทุกคนๆ ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับกับ มูลค่าของเงินตามกาลเวลา ทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่เราต้องตัดสินใจฝากเงินเพื่ออนาคตทั้งของเราเอง ครอบครัว และเพื่อลูกๆ หรือบางทีเราต้องขอกู้เงิน ไม่ว่าจะกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือซื้อสิ่งของต่างๆ ดังนั้นเราต้องคำนวณจำนวนเงินว่าเราจะฝากเท่าไหร่ หรือกู้เท่าไหร่ สุดท้ายมันคือ การตัดสินใจด้านการลงทุน ไม่ว่าจะฝาก หรือ กู้

Time value of money

ในการวิเคราะห์เพื่อลงทุนนั้น งานหลักที่สำคัญคือ การพยายามที่จะคิดคำนวณหากระแสเงินสดที่จะได้รับในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของดอกเบี้ย หรือ เงินปันผล โดยจะต้องคำนวณได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำที่สุด ดังนั้นการที่เราจะคำนวณได้ถูกต้อง เราจะต้องทำความเข้าใจถึงสมการคณิตศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการคำนวณอย่างหมดเปลือก

เงินก้อนเล็กในวันนี้ จะเท่ากับจำนวนเงินก้อนใหญ่ขึ้นในวันข้างหน้า คือ Concept ของ time value of money หรือ มูลค่าของเงินตามกาลเวลา คนที่จะทำงานด้านการเงินจะต้องเข้าใจหลักการนี้อย่างทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว

ผู้เขียนขอนำเสนอเนื้อหาแบบภาษาที่เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจถึง Concept Time Value of Money ผมจะพูดถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปทีละน้อยครับ

1. Interest Rate การทำความเข้าใจถึงดอกเบี้ย

by Richard A. DeFusco, CFA, Dennis W. McLeavey, CFA, Jerald E. Pinto, CFA, and David E. Runkle, CFA Quantitative Methods for Investment Analysis, Second Edition, by Richard A. DeFusco, CFA, Dennis W. McLeavey, CFA, Jerald E. Pinto, CFA, and David E. Runkle, CFA.

ผู้แต่งหนังสือข้างต้นเขียนอธิบายได้เข้าใจง่ายมาก ถึงความหมายของ ดอกเบี้ย หรือ interest rate ดังนั้นผมจะแปลมาให้ผู้อ่านทำความเข้าใจกันตามนี้นะครับ Time value of money คือ มูลค่าของเงินในแต่ละเวลาที่เค้าพยายามจะเปรียบเทียบกัน เงินในอนาคตจะมีจำนวนมากกว่าเงินในปัจจุบัน สมมุติว่า มีคนเสนอเงื่อนไขให้เราดังนี้ มีคนให้คุณจ่าย 10,000 บาท วันนี้เพื่อแลกกับ 9,500 บาท ในอีกหนึ่งปี …คุณจะรับข้อเสนอมั้ยครับ? ผมว่าเกือบร้อยทั้งร้อย จะตอบว่า “ไม่” แล้วอีกเงื่อนไขนึง ถ้ามีคนเสนอเงินให้คุณวันนี้ 9,500 บาท แล้วอีกหนึ่งปีคุณจ่ายคืน 10,000 บาท ข้อเสนอนี้ค่อยดูน่าสนใจ เพราะเราได้รับเงินวันนี้เลย 9,500 บาท แล้วค่อยคืน 10,000 บาทอีกหนึ่งปี ซึ่งตอนนั้นเงิน 10,000 บาท อาจจะน้อยกว่า 9,500 บาทวันนี้ก็ได้…ลองจินตนาการถึง ก๋วยเตี๋ยว ว่าในอดีตเราเคยกินชามละเท่าไหร่…ผู้เขียนเคยอยู่ในยุคชามละ 5 บาท กินกันอิ่มแปร้ แต่ตอนนี้สิอย่างน้อยๆ ก็ 35 บาท แต่ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ชามเดียวเท่ากัน หรือเผลอๆ น้อยกว่า

ในกรณีของการรับเงิน 9,500 วันนี้แล้วจ่ายคืน 10,000 อีกหนึ่งปี Discount หรือส่วนของลดเงิน 10,000 บาทในหนึ่งปีข้างหน้า หรือ อัตราดอกเบี้ย (interest rate : r) เท่ากับเท่าไหร่ ?

คำนวณได้แบบนี้ครับ 10,000 – 9,500 = 500 อันนี้คือเงินสดที่ชดเชยเงินที่จะได้รับ 10,000 บาทในอนาคต (หากคุณเป็นผู้ให้เงิน 10,000 บาท) ผลตอบแทนหรือ Return คิดได้จาก 500/9,500 = 0.0526 หรือ 5.26% นั่นเอง

Rate of Return และ Discount Rate หากสังเกตุแล้วมันคือตัวเดียวกัน สามารถเรียกได้ 2 แบบ เพราะมันคือการคำนวณแบบเดียวกันนั่นเอง นักลงทุนก็จะได้ยินทั้งสองคำใช้แทนกันได้

แล้ว Opportunity Cost หรือ ค่าเสียโอกาสหละ คือ อะไร สมมุติว่าคุณมีเงิน 9,500 บาท วันนี้แล้วกัน แล้วตัดสินใจใช้เงินนั้นเลย แทนที่จะเอาไปให้คนอื่นใช้ก่อน แล้วจะได้รับ 10,000 บาทในอีกหนึ่งปีข้างหน้า 5.26% นั่นคือ ค่าเสียโอกาส ที่จะได้รับผลตอบแทน

2. The Future Cash Flow of a Single Cash Flow เงินสดในอนาคตของเงินก้อนหนึ่ง

อันนี้จะเริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น แต่ต้องเข้าใจ เพราะมันคือ หลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะเวลานานๆ ได้ เราจะกำหนดให้ PV (Present Value) คือ มูลค่าเงินสดในปัจจุบัน หรือ วันนี้ เป็นเงินลงทุน ส่วน FV (Future Value) คือ เงินสดที่จะได้รับในอนาคต โดยได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย (r) ที่เราพูดถึงไปก่อนหน้า

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  EV หรือ Enterprise Value คืออะไร

ตัวอย่างง่ายๆ คือ ถ้าเราฝากธนาคารวันนี้ 100 (PV) บาท เค้าให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 5% (r) ต่อปี (บ้านเราหาดอกแบบนี้ลำบากหน่อย) ฝากไปหนึ่งปีตอนสิ้นปีอัพเดทสมุดบัญชีเราจะพบว่ามีเงินอยู่ FV = 0.05 x 100 = 5 บาท เป็นดอกเบี้ยรับ + 100 บาท = 105 บาท

สูตรที่ใช้ คือ

PV = Present Value เงินลงทุน

FV = Future Value เงินที่จะได้รับในอนาคต

r = rate of return ดอกเบี้ย

FV = PV * (1+r)

จากตัวอย่างข้างต้น เราสามารถแทนค่าในสูตร FV = 100 * (1+0.05) = 100 * 1.05 = 105 บาท

เอาหละคราวนี้ถ้าเราไม่ถอนมาใช้ ฝากต่อปีที่สองหละ

ปีแรกได้ FV = 100 * (1.05) = 105

ปีที่สองได้ FV = 105 *(1.05) = 110.25 

สังเกตุว่าเงินมันเพิ่มมา 10.25 บาท ปีแรกเพิ่ม 5 ปีที่สองเพิ่ม 5.25 ทำไมมันไม่เพิ่มปีละ 5 ไปเรื่อยๆ ? ไอ้เจ้านี่แหละเค้าเรียก Compound Interest มันคือการเติบโตของดอกเบี้ยด้วย อะเข้าไปดูกันชัดๆ ว่ามันมายังไง

เงินลงทุนเริ่มต้น 100 บาท

ปีแรกได้ดอกเบี้ย 100*0.05 = 5 บาท

ปีที่สองได้ดอกเบี้ย 100*0.05 = 5 บาท

และปีที่สองได้ดอกเบี้ย 5*0.05 = 0.25 บาท จากดอกเบี้ยในปีแรกด้วย!

Compound Interest หรือ ภาษาไทยเรียกว่า ดอกเบี้ยทบต้น ที่ทำให้ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นจากการลงทุน ตัวอย่างง่ายๆ คือ ถ้าเราฝากเงิน 100 บาท วันนี้ได้รับดอกเบี้ย 5% จะกลายเป็นเงิน 13,150 บาทในอีก 100 ปีข้างหน้า! หรือ ถ้าคุณได้รับดอกเบี้ยเป็น 13% ต่อปี เงิน 100 บาท เท่ากันจะกลายเป็น 20 ล้านบาท! ใช่คุณอ่านไม่ผิดครับ นี่คือ มหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งที่มาที่ไปมันมาจาก Time value of money นี่เอง!

มันมีอีกสมการนึงที่สามารถให้เราคำนวณเงินในอนาคตจากดอกเบี้ยทบต้นได้

สูตรคือ

FVn = PV * (1+r) ^ n

FV คือ เงินในอนาคต (ในปีที่ n)

PV คือ เงินลงทุน หรือเงินวันนี้

r คือ ดอกเบี้ย

n คือ จำนวนปี

จับตัวอย่างข้างต้นเข้าสูตรเลย คือ ฝากเงิน 100 บาท ได้ดอกเบี้ย 13% ต่อปี ฝาก 100 ปีเลย

FV = 100 (1+0.13) ^ 100 = 20,316,287.42 บาท!

ดูไม่ผิดครับ 20 ล้านจริงๆ

ดังนั้น หากเราไปอ่านงานวิจัยหลายๆ ที่ หรือ ตามสื่อต่างๆ การลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนทบต้นเยอะๆ เงินที่เราลงทุนจะเยอะขึ้นไปตามผลตอบแทน หุ้น คือ หนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง มีนักลงทุนระดับโลกหลายคน ประสบผลสำเร็จจากการลงทุนโดยอาศัยหลักการนี้เข้าไปช่วยเพิ่มความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนได้

เราทุกคนก็ทำได้! จริงๆ ไม่ได้จำกัดแค่การลงทุนในหุ้นนะครับ การลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ก็สามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ได้ และสามารถคำนวณผลตอบแทน หรือเปรียบเทียบเงินวันนี้ กับเงินในอนาคตได้ ว่าอันไหนดีกว่ากัน หรือ ผลตอบแทนจะเป็นเท่าไหร่ คุ้มค่ากับค่าเสียโอกาสหรือไม่

ดอกเบี้ยทบต้น ถูกใช้โดยธนาคารกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม การผ่อนบ้านเป็นระยะเวลานานๆ เช่น 20-30 ปี เงินที่ผ่อนส่งรวมเงินต้นและดอกเบี้ยแล้วเกือบจะเป็นอีกเท่าตัวของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 2.5 ล้าน เราผ่อนไประยะเวลา 30 ปี รวมเงินทั้งหมดที่เราส่งแล้วอาจจะเกิน 5 ล้านบาทเป็นต้น นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเรามีเงินก้อนก็ควรจะโปะเข้าไป คือ จ่ายเงินต้นคืนให้ไวที่สุด เพื่อที่ว่าดอกเบี้ยทบต้น มันจะได้อ่อนกำลังลง การจ่ายดอกเบี้ยของเราให้แบงค์ก็จะลดลงตาม

ดอกเบี้ยบ้าน

นอกจากนี้ หากเราเข้าใจ Concept นี้อย่างจริงจังแล้ว การนำไปคำนวณหาต้นทุนการรีไฟแนนซ์บ้านจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และทำให้เราสามารถประหยัดเงินที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยไปได้อีกเยอะ ส่วนใหญ่คนจะไม่รู้หรืออาจจะรู้แต่คำนวณไม่เป็น หากต้องการความช่วยเหลือติดต่อทางสถาบันได้ครับ เรายินดีให้คำปรึกษา

 

ความรู้เกี่ยวกับ Time value of money เป็นเหมือนพื้นฐานทางด้านการเงินการลงทุน หากเราเข้าใจดังนี้แล้วสามารถนำเอามาประยุกต์ใช้ในการลงทุนในหุ้นระยะยาวได้ เช่น หุ้นที่มีการปันผลต่อเนื่องสม่ำเสมอ 5-7% สามารถจะคำนวณเงินที่เราจะได้รับเมื่อเราซื้อและถือหุ้นไป 30-50 ปี ทำให้สามารถวางแผนการลงทุน และการเกษียรณอายุได้ เมื่อเข้าใจหลักพื้นฐานนี้แล้วลำดับถัดไป ก็คือ การศึกษาว่าจะเลือกหุ้นอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ทำให้เงินต้นที่เรามีเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล จากความอัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น คนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงสามารถเริ่มต้นได้ที่ “คอร์สอบรมหุ้นสำหรับผู้เริ่มต้น” จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น และสามารถพัฒนาต่อยอดด้านการลงทุนในลำดับถัดไป

สอนเล่นหุ้น

หากบทความมีประโยชน์ กด Like & Share ให้เพื่อนๆ ได้ความรู้ แบ่งปัน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจลงทุน หรือ ประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่ายในอนาคตครับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  QTC บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

บทความที่ท่านอาจสนใจ

One thought on “Time Value of The Money มูลค่าของเงินตามกาลเวลา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *