ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

TSC บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยสตีลเคเบิล (ที เอส เค) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2521 ที่ซอยนาคสุวรรณ ถนนสาธุประดิษฐ์ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลัก 2 ท่าน คือนายสรรเสริญ จุฬางกูร และนายชูทอง พัฒนะเมลือง ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในวงการธุรกิจยานยนต์และมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากทั้งในและต่างประเทศ บริษัทมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 4 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการผลิตสายควบคุมรถจักรยานยนต์ให้กับบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์?? ในประเทศไทย โดยมีกำลังการผลิตในช่วงแรก 250,000 เส้นต่อปี ต่อมาได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาท โดยได้ร่วมทุนกับไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสายควบคุมรถยนต์และรถจักรยานยนต์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 35 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท

บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) ?ประกอบธุรกิจในการผลิตสายควบคุม (Control Cable) สำหรับรถยนต์???? และรถจักรยานยนต์ ?และชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์? (Window Regulator) เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์และ??????????? รถจักรยานยนต์ชั้นนำ ตลอดจนศูนย์อะไหล่และบริษัทผู้ค้ารายย่อยต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศไทยภายใต้เครื่องหมายการค้า ?และเครื่องหมายการค้าของไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นได้แก่ และ ?HI-LEX? โดยบริษัทจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นตามสัญญาการใช้สิทธิและรับความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทหรือเครื่องหมายการค้าของไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใต้สัญญาการใช้สิทธิและรับความช่วยเหลือทางเทคนิคที่ทำกับ?????? ไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการยอมรับทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย? จากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ในปัจจุบัน ณ สิ้นปี 2552 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดสำหรับสายควบคุมสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยมีลูกค้าเป็นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของทั้งประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความไว้วางใจจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในการผลิตชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์ด้วย

ผลิตภัณฑ์ของบริษัท

ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

1) ?? สายควบคุม (Control Cable) ประกอบด้วย

-?? สายควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ( Automobile Control Cable) อาทิเช่น สายเปิดฝากระโปรงหน้า ?

หลัง สายสตาร์ทเครื่องยนต์ สายคันเร่ง สายเกียร์ เป็นต้น

-??? สายควบคุมระบบต่าง ๆ ของรถจักรยานยนต์ ( Motorcycle Control Cable) อาทิเช่น สายเบรค สายคลัช

สายวัดรอบ สายเร่งความเร็ว เป็นต้น

2) ?? ชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์ ( Window Regulator) ได้แก่ ชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์??? แบบใช้สายควบคุมสำหรับรถยนต์ทุกประเภท

การผลิตสายควบคุมและชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์แบบใช้สายควบคุมต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ?????บริษัททำการผลิตภายใต้สัญญาการใช้สิทธิและรับความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค (License and Technical Assistance Agreement) ระหว่างบริษัทกับไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (HI-LEX Corporation) ซึ่งเป็นผู้ผลิตสายควบคุมสำหรับยานยนต์ชั้นนำ?? ของประเทศญี่ปุ่นและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

ปัจจุบันบริษัทตั้งโรงงานและสำนักงานใหญ่เพื่อดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัททั้ง 2 ประเภท ตั้งอยู่นิคม????????? อุตสาหกรรมอมตะนคร เลขที่ 700/737 หมู่ที่ 1 ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 50 ไร่ 56 ตารางวา หรือประมาณ 80,224 ตารางเมตร มีพื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็นพื้นที่ในการผลิตประมาณ 28,800 ตารางเมตร พื้นที่ซ่อมบำรุงประมาณ 3,584 ตารางเมตร เป็นพื้นที่สำนักงานและโรงอาหารประมาณ 10,200 ตารางเมตร

ในปี 2552 บริษัทมีอัตรากำลังการผลิตสูงสุดของสายควบคุมรถยนต์ 29.20 ล้านเส้นต่อปี สายควบคุมรถจักรยานยนต์ 16.00 ล้านเส้นต่อปี? และชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์ 2.50 ล้านชุดต่อปี โดยใช้กำลังการผลิตจริงของสายควบคุมรถยนต์ 13.87 ล้านเส้นต่อปี สายควบคุมรถจักรยานยนต์ 8.27 ล้านเส้นต่อปี และชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์ 0.61 ล้านชุดต่อปี

เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ

บริษัทมีเป้าหมายหลักที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการเป็นผู้ผลิตสายควบคุมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และ??????? ชุดควบคุมรางกระจกหน้าต่างรถยนต์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะให้การสนับสนุนด้านชิ้นส่วน แก่บริษัทในกลุ่มของไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นเป็นหลัก ซึ่งบริษัทตระหนักว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น บริษัทจะต้องดำเนินการรักษาและปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีการควบคุมต้นทุนการผลิต มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งผลิตภัณฑ์? ตลอดจนการเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทอื่นในกลุ่มไฮเล็กซ์ คอร์ปอเรชั่นให้มากยิ่งขึ้น โดยการติดต่อประสานงาน และการเดินทางไปพบปะเยี่ยมชมกิจการ เพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาสในการจัดจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น

ในด้านการรักษาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้น ปัจจัยสำคัญคือการรักษาและปรับปรุงคุณภาพในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว โดยจะเห็นได้จากการที่บริษัทได้มีการปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานในการผลิตจนได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการผลิตในระดับสากล อันได้แก่ ISO/TS 16949 โดยบริษัทได้นำระบบ Toyota Production System (TPS) เข้ามาใช้ในการควบคุมระบบการผลิต ทั้งนี้ ระบบ TPS เป็นระบบการผลิตแบบโตโยต้า คือจะทำการผลิตตามการสั่งซื้อของลูกค้าเป็นหลัก โดยจะทำการสั่งวัตถุดิบ ผลิต และจัดส่งตามชนิด จำนวน และเวลาที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนด้วยการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังช่วยลดจำนวนสินค้าคงคลังลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ในด้านการควบคุมต้นทุนการผลิตนั้น บริษัทมีเป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิตและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีการปรับเป้าหมายทางการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค ประกอบกับบริษัทได้ว่าจ้างบุคคลภายนอก ซึ่งมีความชำนาญในการบริหารคลังสินค้า (เฉพาะวัตถุดิบ) มาดำเนินการบริหารจัดการ นำเทคโนโลยีและแนวทางการบริการมาปรับปรุง รวมทั้งพัฒนาระบบต่าง? ๆ? ให้เกิดประสิทธิภาพโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการจัดการ เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำในเรื่องของจำนวนสินค้า ตำแหน่งจัดเก็บ การใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดจำนวนสินค้าที่หมดอายุ และลดปริมาณสินค้าคงคลังเพื่อช่วยในเรื่องเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งผลิตภัณฑ์นั้น บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนาช่องทางการกระจายผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการว่าจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดส่งผลิตภัณฑ์เข้ามาดำเนินการในการกระจายผลิตภัณฑ์ในกรณีที่มีความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่อรองรับการจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญนั้นจะช่วยทำให้บริษัทสามารถส่งผลิตภัณฑ์ได้ตามกำหนด อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องลงได้ เนื่องจากผู้จัดส่งผลิตภัณฑ์สามารถรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่จะต้องจัดส่งในจุดหมายเดียวกันจากผู้ว่าจ้างหลายรายเพื่อดำเนินการจัดส่งในคราวเดียวกันได้ ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งแต่ละครั้ง?? ถูกลง นอกจากนี้ การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะช่วยลดภาระของบริษัทในการรับประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่งด้วย เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำประกันภัยเอง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  วิเคราะห์หุ้น SICCO : บริษัทเงินทุน สินอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

บทความที่ท่านอาจสนใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *