UMS บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์ www.uniquecoal.com

ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ
นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) (?บริษัทฯ? หรือ ?UMS?) ก่อตั้งโดยบริษัท ยูนิคแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) (UGP) และนายสมบูรณ์ สิริไพบูลย์พงศ์ ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท โดยเริ่มต้นประกอบธุรกิจการนำเข้าถ่านหินคุณภาพดีจากต่างประเทศ และจัดจำหน่ายถ่านหินให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆภายในประเทศ เนื่องจากผู้บริหารเล็งเห็นถึงโอกาสและแนวโน้มการเติบโตที่ดีของอุตสาหกรรมถ่านหิน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำและมีปริมาณสำรองมากเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับประสบการณ์ของผู้บริหารในอุตสาหกรรมพลังงานที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริหารมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป

เดือนมกราคม 2547 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2547 มีมติให้บริษัทฯแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 70 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 20 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน โดยกำหนดราคาขาย 7.95 บาทต่อหุ้น รวมเงินทุนที่ได้จากการจำหน่ายหุ้นเท่ากับ 159 ล้านบาท และบริษัทฯเข้าจดทะเบียนซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 16 กรกฎาคม 2547

ภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทฯประกอบธุรกิจการนำเข้าถ่านหินคุณภาพดี มีค่าพลังงานความร้อนสูง และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย โดยนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียเพื่อจัดจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดกรุงเทพและปริมณฑลรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง บริษัทฯมีอุตสาหกรรมที่เป็น???? เป้าหมายหลัก คือ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมกระดาษ และอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยบริษัทฯมีกลยุทธ์นำถ่านหินดังกล่าวมาทำการคัดเลือกและปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ถ่านหินมีคุณภาพตรงกับคุณสมบัติเชิงวิศวกรรมของหม้อไอน้ำของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ บริษัทฯยังเข้าร่วมประมูลขายถ่านหินให้กับบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าที่มีการประมูลจัดซื้อถ่านหินอีกด้วย บริษัทฯถือหุ้นในบริษัทย่อย 4 บริษัท

บริษัท ยูเอ็มเอส โคลบริคเครท จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 20 ตุลาคม 2549 ดำเนินการผลิตถ่านอัดก้อนให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมที่ใช้ไอน้ำในกระบวนการผลิต โดยบริษัทนำถ่านที่มีขนาดเล็กมาก (0-5 มิลลิเมตร) นำมาอัดเป็นถ่านหินก้อน โดยถ่านหินขนาดเล็กมากจะขายได้ราคาต่ำกว่าถ่านหินก้อนประมาณร้อยละ 10-20 ดังนั้น การผลิตถ่านอัดก้อนจึงเป็นการเพิ่มมูลค่าถ่านหินของบริษัทฯ เพื่อให้ขายได้ราคาที่สูงขึ้น ปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์

บริษัท ยูเอ็มเอส ไลท์เตอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550 ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและขนถ่ายทางน้ำ ได้แก่ การขนส่งทางเรือขนาดประมาณ 500-2,500 ตันต่อลำ ทั้งนี้ บริษัท ยูเอ็มเอส ไลท์เตอร์ จำกัด คาดว่าจะมีรายได้จากการขนส่งถ่านหินของบริษัทฯประมาณร้อยละ 60 เพื่อลดต้นทุนการขนส่งทางน้ำของบริษัทฯลง และรายได้รับจ้างงานขนส่งของบริษัทอื่นๆอีกประมาณร้อยละ 40 เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน บริษัท ยูเอ็มเอส ไลท์เตอร์ จำกัด มีเรือลำเลียงทั้งสิ้น 17 ลำ โดยเป็นเรือลำเลียงของบริษัท 12 ลำ เป็นเรือเช่าจำนวน 5 ลำ

บริษัท ยูเอ็มเอส ขนส่ง จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550 ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและขนถ่ายทางบก ได้แก่ การขนส่งโดยรถบรรทุก ทั้งนี้ บริษัท ยูเอ็มเอส ขนส่ง จำกัด จะรับงานขนส่งของบริษัทฯเป็นหลักเพื่อลดต้นทุน และสามารถรับงานขนส่งของบริษัทอื่นๆเช่นกัน เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน บริษัท ยูเอ็มเอส ขนส่ง จำกัด มีรถบรรทุกทั้งสิ้นจำนวน 26 คัน

บริษัท ยูเอ็มเอส พอร์ต เซอร์วิสเซส จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2551 ดำเนินธุรกิจท่าเทียบเรือที่อำเภอนครหลวง จังหวัดอยุธยา โดยได้รับรายได้เป็นค่าบริการผ่านท่า ซึ่งมีสินค้าได้แก่ ถ่านหิน ปูนเม็ด แร่เหล็ก เป็นต้น

ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมีปริมาณสำรองอยู่มาก โดยแหล่งถ่านหินกระจายอยู่ในประเทศต่างๆมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทำให้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีความมั่นคงสูง ราคามีการแข่งขันกันสูง ส่งผลให้มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเตา โดยถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติชนิดหนึ่งซึ่งมีสถานะเป็นของแข็งและมีแร่ธาตุที่สำคัญ คือ คาร์บอน โดยทั่วไปแล้วถ่านหินจะมีสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำและแบ่งได้หลายประเภท ซึ่งถ่านหินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่สำคัญตามตารางด้านล่าง

ประเภทของถ่านหิน ค่าความร้อน

(กิโลแคลอรี/กิโลกรัม)

ความชื้น

(เปอร์เซนต์)*

ปริมาณเถ้า

(เปอร์เซนต์)*

ปริมาณกำมะถัน

(เปอร์เซนต์)

แอนทราไซต์

6,500 – 8,000 5 – 8 5 – 12 0.1 – 1.0
บิทูมินัส 5,500 – 6,500 8 – 15 1 – 12 0.1 – 1.5
ซับบิทูมินัส 4,500 – 5,500 24 – 30 1 – 10 0.1 – 1.5
ลิกไนต์ 3,000 – 4,000 30 – 38 15 – 20 2.0 – 5.0

* แสดงค่าเปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก

จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่าถ่านหินที่มีคุณภาพดีที่สุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ แอนทราไซต์ บิทูมินัส ซับบิทูมินัส และลิกไนต์ โดยบริษัทฯเน้นการนำเข้าถ่านหินประเภทบิทูมินัสและซับบิทูมินัส เนื่องจากเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดี มีค่าความร้อนในระดับปานกลาง ค่าความชื้นและปริมาณเถ้าที่ไม่สูงมากนัก รวมถึงมีปริมาณกำมะถันต่ำใกล้เคียงกับน้ำมันเตา (น้ำมันเตามีปริมาณกำมะถันประมาณ 0.1-3.0 เปอร์เซนต์) ทำให้มีมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมน้อยมาก โดยส่วนใหญ่บริษัทฯจะนำเข้าถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส และมีการนำเข้าถ่านหินประเภทบิทูมินัสเป็นครั้งคราว (Spot) ตามคำสั่งของลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น เนื่องจากถ่านหินประเภทบิทูมินัสมีราคาแพง ส่วนถ่านหินประเภทแอนทราไซต์ บริษัทฯไม่ได้นำเข้าถ่านหินประเภทนี้เนื่องจากมีราคาสูงกว่ามาก บริษัทฯจึงไม่ได้เน้นทำการตลาดสำหรับถ่านหินประเภทนี้ ส่วนถ่านหินประเภทลิกไนต์เป็นถ่านหินคุณภาพต่ำ มีปริมาณกำมะถันมาก ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ดังนั้นถ่านหินประเภทนี้จึงไม่เป็นที่นิยมของลูกค้า

มาตรฐานคุณภาพอากาศจากปล่องระบายซึ่งกำหนดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม เล่มที่ 122 ตอนพิเศษ 37 ง วันที่ ???9 พฤษภาคม 2548 กำหนดให้สารมลพิษที่ปากปล่องระบายของโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีค่าไม่เกิน 700 ppm (part per million) ในขณะที่ถ่านหินของบริษัทฯ เมื่อนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและวัดค่าก๊าซที่ปากปล่องระบายได้ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยทั่วไป ได้ค่าไม่เกิน 100 ppm (part per million) ดังนั้นถ่านหินที่บริษัทฯจำหน่ายจึงไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด

ขั้นตอนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เริ่มจากนำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซียและจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งหมดและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางบางราย บริษัทฯสามารถจัดส่งถ่านหินให้ลูกค้าได้ทันที โดยไม่ต้องพักสินค้าที่คลังสินค้าของบริษัทฯ แต่สำหรับลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางบางรายและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กต้องการถ่านหินที่ผ่านกระบวนการคัดเลือก ปรับปรุงคุณภาพและการคัดขนาด โดยในการนำเข้าถ่านหินแต่ละครั้ง (50,000?70,000 ตัน) จะมีถ่านหินที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันในด้านค่าความร้อน ความชื้น ปริมาณขี้เถ้า และปริมาณกำมะถัน ซึ่งบริษัทฯจำเป็นต้องทำการคัดเลือกคุณภาพถ่านหินก่อน ซึ่งถ่านหินที่นำเข้าแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ในด้านค่าความร้อน ความชื้น แม้ว่าจะมาจากเหมืองเดียวกันก็ตาม (ถ่านหินในแต่ละชั้นดินจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ซับบิทูมินัส อาจแยกออกเป็นหลายชนิด ขึ้นอยู่กับค่าความร้อน ความชื้น ปริมาณขี้เถ้า และปริมาณกำมะถัน เป็นต้น) หลังจากนั้นบริษัทฯจึงนำถ่านหินมาผสมกันตามสูตรเฉพาะของบริษัทฯเพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ลูกค้าต้องการ? และบริษัทฯจะทำการคัดขนาดถ่านหินเพื่อให้มีคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับหม้อไอน้ำของโรงงานอุตสาหกรรมหากลูกค้าต้องการ เนื่องจากหม้อไอน้ำมีการออกแบบเชิงวิศวกรรมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้การเผาผลาญเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างสมบูรณ์มากที่สุด และบริษัทฯจะให้บริการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า โดยจัดส่งทุกวันเพื่อความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า และยังเป็นการช่วยลดจำนวนถ่านหินที่จะต้องเก็บในโกดังเก็บถ่านหินของลูกค้าอีกด้วย เนื่องจากลูกค้าหลายรายไม่มีสถานที่เพียงพอในการเก็บถ่านหิน

กลยุทธ์การแข่งขัน

(1)????? ด้านสินค้าและบริการ

บริษัทฯมีกลยุทธ์ที่สำคัญทางด้านผลิตภัณฑ์ซึ่งแตกต่างจากบริษัทคู่แข่งทั่วไป โดยบริษัทฯมีกระบวนการคัดเลือกและปรับปรุงคุณภาพถ่านหินให้เหมาะสมกับหม้อไอน้ำของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเผาผลาญเชื้อเพลิง ณ ปัจจุบัน บริษัทฯดำเนินนโยบายนี้ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเพื่อลดการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะกับผู้จัดจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ในประเทศ โดยบริษัทฯมุ่งเน้นการทำตลาดโดยเจาะในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากบริษัทฯมีกำไรขั้นต้นที่สูงกว่าการขายถ่านหินให้กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ในเรื่องของการให้บริการ บริษัทฯสามารถให้บริการได้ตามความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯสามารถจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากลูกค้ามีความต้องการใช้ถ่านหินก็จะสามารถจัดส่งได้ทันทีตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ โดยบริษัทฯมีรถบรรทุกเป็นของบริษัทฯเองทั้งสิ้น 26 คัน ทำให้สามารถส่งสินค้าไปให้กับลูกค้าได้ทุกวัน ส่งผลให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเก็บสต็อกสินค้ามากและลูกค้ามีความสะดวกในการใช้งานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

บริษัทฯได้เริ่มทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ถ่านหินได้เพิ่มมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯมีโครงการที่จะผลิตถ่านอัดก้อน (Briquette) ซึ่งเป็นการนำสารปรุงแต่ง (Additives) เข้ามาผสมกับถ่านขนาดเล็กมาก (0-5 มิลลิเมตร) เพื่อให้ได้ถ่านอัดก้อนซึ่งมีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าถ่านหิน เนื่องจากถ่านหินก้อนสามารถขายได้ในราคาที่ดีกว่าถ่านหินขนาดเล็กมาก

(2) ? ด้านการขยายฐานลูกค้า

เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำรวมถึงเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่มีปริมาณสำรองสูงเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเตาและก๊าซธรรมชาติ และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก (ถ่านหินประเภทบิทูมินัสและซับบิทูมินัสที่บริษัทฯเป็นผู้จำหน่าย) ดังนั้นในระยะยาว โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจึงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาใช้ถ่านหินเพิ่มมากขึ้น บริษัทฯมีเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันเตา เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วน??????? ก๊าซธรรมชาติ บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการแปลงถ่านหินเป็นก๊าซ ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2553

บริษัทฯมีโครงการที่จะเข้าไปนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้ถ่านหินเป็นแหล่งเชื้อเพลิงแทนน้ำมันเตา โดยบริษัทฯใช้กลยุทธ์เข้าไปนำเสนอถึงค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ โดยใช้ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 9-24 เดือน รวมถึงให้ความรู้กับลูกค้าเพื่อให้เปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับถ่านหินในเรื่องของการก่อให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจหันมาใช้ถ่านหินมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการผลิตเชื้อเพลิงไอน้ำ 1 ตัน โดยเปรียบเทียบระหว่างถ่านหินและน้ำมันเตา โดยถ่านหินมีค่าใช้จ่ายในการผลิตไอน้ำเพียง 488 บาทต่อตัน ในขณะที่น้ำมันเตามีค่าใช้จ่ายประมาณ 904 บาทต่อตัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ่านหินมีต้นทุนการผลิตไอน้ำที่ต่ำกว่าน้ำมันเตามาก ทำให้บริษัทฯคาดว่าจะขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นจากจุดเด่นของถ่านหินจุดนี้

(3) ? ด้านการบริหารต้นทุน

บริษัทฯมีการวางแผนการซื้อสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยการบริหารสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การวางแผนการขนส่งที่เป็นระบบ รวมถึงการมีคลังสินค้าซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นฐานลูกค้า ทำให้ประหยัดค่าขนส่งได้มาก และบริษัทฯได้วางแผนในการซื้อ/เช่า เรือโป๊ะและรถบรรทุกเพิ่มขึ้นภายใต้การดำเนินงานของบริษัทย่อย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทขนส่งภายนอกลง

ลักษณะของกลุ่มลูกค้า

บริษัทฯจำหน่ายถ่านหินให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศ โดยแบ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก บริษัทฯมีนโยบายในการขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้น ซึ่งกลุ่มโรงงานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายของผู้จัดจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ในประเทศ จึงเป็นการลดการแข่งขันในด้านราคากับผู้จัดจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ ในปี 2551 บริษัทฯมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนประมาณ 400 ราย (ปริมาณการใช้ถ่านหินน้อยกว่า 72,000 ตันต่อปี) และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประมาณ 8 ราย (ปริมาณการใช้ถ่านหินมากกว่า 72,000 ตันต่อปี หรือปริมาณการสั่งซื้อมากกว่า 10,000 ตันต่อครั้ง) ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหลัก ในปี 2551 บริษัทฯมีกลุ่มลูกค้าแยกตามประเภทอุตสาหกรรมได้ดังนี้

กลุ่มอุตสาหกรรม ร้อยละของรายได้ปี 2551
ปูนซีเมนต์ 32
สิ่งทอ 25
กระดาษ 17
อาหารและเครื่องดื่ม 16
อื่นๆ 10
รวม 100.00

ภาวะการแข่งขัน

การจำหน่ายถ่านหินให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการประมาณ 10 ราย โดยบริษัทฯมีคู่แข่ง คือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยบริษัททั้งสองจะแข่งขันกับบริษัทฯในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กบริษัทฯมีคู่แข่ง ได้แก่ บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เช่นกัน และผู้ประกอบการนำเข้าถ่านหินรายกลางและรายเล็กอีกประมาณ 10 ราย บริษัทฯเน้นเพิ่มลูกค้าในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กมากกว่ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคา

แนวโน้มอุตสาหกรรม

ในปี 2551 ปริมาณการใช้ถ่านหินและลิกไนต์รวมประมาณ 34.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 จากปี 2550 ซึ่งมีปริมาณการใช้รวมประมาณ 32.63 ล้านตัน การใช้ลิกไนต์ในปี 2551 ประมาณ 18 ล้านตัน แบ่งเป็นภาคการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. จำนวน 16 ล้านตัน และอีก 2 ล้านตัน นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ การผลิตปูนซีเมนต์ กระดาษ อาหาร โดยการใช้ในภาคอุตสาหกรรมมีน้อย เนื่องจากอุปทานในประเทศลดลงจากการที่บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หยุดผลิต ในขณะที่การใช้ถ่านหินนำเข้าในปี 2551 ประมาณ 16.31 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 เป็นการใช้ในอุตสาหกรรมจำนวน 11.2 ล้านตัน ที่เหลืออีกประมาณ 5 ล้านตัน ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าของ SPP และ IPP

ประเภท ปริมาณ (ล้านตัน) อัตราการเติบโต

(ร้อยละ)

2550 2551
การบริโภคลิกไนต์ 18.11 18.64 2.9
ผลิตกระแสไฟฟ้า (กฟผ.) 15.81 16.41 3.8
อุตสาหกรรม 2.30 2.23 -2.8
การบริโภคถ่านหิน 14.52 16.31 12.4
ผลิตกระแสไฟฟ้า (SPP และ IPP) 5.43 5.04 -7.2
อุตสาหกรรม 9.09 11.27 24.0
ความต้องการโดยรวม 32.63 34.95 7.1

ที่มา : สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

การจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการ

บริษัทฯมีกระบวนการในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. บริษัทฯนำเข้าถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถ่านหินที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก โดยบริษัทฯได้ทำการคัดเลือกเหมืองถ่านหินที่มีคุณภาพดี ให้ค่าความร้อนสูง มีค่าความชื้นต่ำ มีปริมาณกำมะถันต่ำ สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียอยู่ใกล้กับประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหินแหล่งอื่นในต่างประเทศ จึงประหยัดค่าขนส่งและทำให้ถ่านหินของบริษัทฯมีต้นทุนที่ต่ำลง โดยบริษัทฯจะเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้กับผู้จำหน่ายที่ประเทศอินโดนีเซีย และนำเข้าครั้งละประมาณ 50,000-70,000 ตัน โดยขนส่งทางเรือเดินทะเลเพื่อนำเข้ามาในประเทศไทย

2. เรือเดินทะเลจากประเทศอินโดนีเซียจะเข้ามาจอดท่าที่เกาะสีชัง จากนั้นขนถ่ายลงเรือโป๊ะอีกทอดหนึ่งซึ่งเรือโป๊ะสามารถขนถ่ายถ่านหินได้ครั้งละ 500-2,500 ตัน โดยเดินทางมาขึ้นที่ท่าเรือ จังหวัดสมุทรสาคร

3. บริษัทฯสามารถจัดส่งถ่านหินตรงให้ลูกค้าได้ทันทีหรือขนย้ายถ่านหินเข้าคลังสินค้าที่อำเภอสวนส้ม จังหวัดสมุทรสาคร หรือ คลังสินค้านครหลวง จังหวัดอยุธยา เพื่อคัดเลือกและปรับปรุงคุณภาพ แล้วจึงส่งถ่านหินให้กับลูกค้า โดยรถบรรทุกของบริษัทย่อยหรือรถบรรทุกของบริษัทผู้รับเหมาต่อไป

บริษัทฯมีนโยบายในการเก็บสินค้าคงคลังประมาณ 90 วัน เพื่อให้สามารถส่งสินค้าได้ทันกับความต้องการของลูกค้า และบริษัทฯมีการนำเข้าถ่านหิน 1-2 ครั้งต่อเดือน โดยระยะเวลาตั้งแต่การสั่งซื้อถ่านหินจนกระทั่งขนส่งถ่านหินเข้าเก็บคลังสินค้าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

โครงสร้างรายได้

โรงงาน

อุตสาหกรรม

2549 2550 2551
จำนวน

(ล้านบาท)

ร้อยละ จำนวน

(ล้านบาท)

ร้อยละ จำนวน

(ล้านบาท)

ร้อยละ
ขนาดใหญ่ 246.17 17.85 1,044.09 42.07 1,603.63 46.52
ขนาดกลางและเล็ก 1,126.83 81.69 1,394.04 56.17 1,808.34 52.45
รายได้อื่น 6.43 0.46 43.81 1.76 35.56 1.03
รวม 1,379.43 100.00 2,481.94 100.00 3,447.53 100

ข้อมูลทางการเงิน งบการเงิน

อัตราส่วนทางการเงิน

บทวิเคราะห์

ข่าวยูนิค ไมนิ่ง

วิเคราะห์หุ้น โดยนักลงทุนรายย่อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *